Skip to main content

เสพสื่ออย่างมีสติ กุศลจิตสำคัญมาก

ชีวิตมันทุกข์เป็นเดิมอยู่แล้ว หยุดเพิ่มทุกข์ให้ตัวเอง ด้วยการฟังเพลงเศร้า ดูละครที่มีเนื้อหารุนแรง และดราม่าชวนน้ำตาตก เลี่ยงการดูข่าว เพราะข่าวทีวีไทยมีแต่ข่าวสร้างอกุศลจิตเกือบหมด ฆาตกรรม รุนแรง เรื่องชวนขัดใจ ข่าวการเมืองก็มีแต่เรื่องชวนสงสัยถึงการโกงกิน การจัดการปัญหาแบบทิ้งรักลงแม่น้ำ
..
แม้แต่การฟังธรรมะทั้งวันทั้งคืน ไม่ให้เวลาจิตได้พักบ้าง ก็ไม่ใช่เรื่องดี สำหรับคนที่ยังไม่ได้จริงจังอยากรีบพ้นทุกข์ ก็อนุโลมสร้างโมหะให้ตนได้บ้าง ด้วยการดูซีรีส์ขำขัน แฟนตาซีคลายเครียด หรือดูการ์ตูนไปเลยซะยังดีกว่า ละครแย่งผัวเมีย ตลกเถื่อนถ่อย ที่มมีเกลื่อน ยังไม่นับกับที่ไม่สมเหตุสมผล สร้างจิตแห่งการไม่ยอมรับเห็นตามจริงเข้าไปยิ่งขึ้นไปอีก
..
การดูสิ่งบันเทิงแนวแฟนตาซี แล้วระลึกรู้ว่า ดูเอาสนุก เสริมจินตนาการ และต้องคอยระลึกรู้ว่า มันคือสิ่งสมมุติ อย่าจมไปในสิ่งที่กำลังดูสุดตัว ระลึกรู้บ้างว่า เหตุผลความจริงมันเป็นไปได้ไหม เทียบกับชีวิตจริง

..
ดูละครแล้วย้อนดูตัว มันมีแง่คิดอะไรเอามาเป็นประโยชน์ได้บ้าง .. เช่น.. ฮ่องเต้สวรรคต อำนาจ เงินทองที่มีทั้งหมด มันเกิดประโยชน์อะไร สุดท้ายเอาอะไรไปได้ ถ้าพิจารณาเป็น มันก็อาจเห็นธรรมได้ลึก เกิดสลดสังเวชใจ ได้ยิ่งกว่าการไปอยู่วัด ที่แค่สักแต่ได้ไป แต่จิตฟุ้งซ่าน ไม่เกิดสติ ปัญญาอะไรเลยซะอีก

..
บางทีก็สงสัย ว่าทำไมคนส่วนใหญ่ชอบทำชีวิตให้ทุกข์มากขึ้น ด้วยการเพิ่มทุกข์ให้ตัวเอง กับการฟังเพลงเศร้า บีบเค้นน้ำตาตกใน หรือเลือกหนังดราม่าแรง ๆ มาดูให้จิตตก ชีวิตมันก็ทุกข์อยู่แล้ว มากพอแล้ว ทำไมต้องสร้างอกุศลจิตเพิ่มให้ตัวเอง เพื่อดึงเอาความอัปมงคลเข้ามาในชีวิตได้เพิ่ม และง่ายขึ้นไปอีก

..
กิจกรรมในครอบครัว ปลูกต้นไม้ เลี้ยงสัตว์ จัดบ้าน ทำความสะอาด เลือกของไปบริจาค แยกของที่ไมไ่ด้ใช้ รดน้ำต้นไม้ มองหาอาชีพใหม่ๆ ธุรกิจใหม่เผื่อไว้ในอนาคต เน้นการพึ่งพาตนเอง หากมีที่ก็หาปลูกอะไรที่ดูแลน้อย ๆ แต่มีโอกาสได้กินได้ใช้ และอาจขายได้ในอนาคต ฯลฯ

..
หลายสิ่งที่ล้วนสร้างกุศลจิตทางอ้อม รองไปจากการทำบุญ แผ่เมตตา สวดมนต์ ทำสมาธิ ฟังธรรม (ที่ถูกระดับจิต) ช่วงนี้มีแต่คนเครียด ซึ่งส่วนใหญ่ก็ทำตัวเอง เพราะไม่เคยเผื่อใจ เพราะทำอะไรเกินตัว มีเงินก็ซื้อผ่อนเกินฐานะ มีใช้วันนี้ไม่เคยเผื่อวันหน้า ติดหรู กินแพง ไม่รู้จักคำว่าพอเพียง ที่แปลว่า พอดีสมฐานะ

..

แต่ก็ยังเลือกที่จะเอาตัวเองเข้าไปสุมหัว ในกลุ่ม ในเว็บไซต์ที่ รวมกันเพื่อด่า ด่า และด่า.. ทุกอย่างที่สามารถโทษได้ แม้มันจะเลวจริง แต่ก็ไม่จำเป็นต้องไปสร้างทุกข์อกุศลจิตให้ตัวเองด้วยการ นั่งตามอ่านแล้วด่าตามในใจ จนถึงกับต้องเขียนด่าร่วมไปด้วยแทบจะทั้งวัน

..
หลายคนทุกข์พอแล้ว ก็ยังจะนั่งดูข่าวแล้วก็ด่าโทษมันไปหมด แต่ไม่เคยโทษตัวเอง และก็ไม่คิดจะทำอะไรที่มันดีต่อตัวเอง และคนรอบข้าง รอคอยแต่ให้คนอื่นมาทำดีให้กับตัวเอง

..
ไม่พอ ยังแสวงหาแต่สื่อที่สร้างอกุศลจิตให้เกิดขึ้น ลองสำรวจจิตบ่อย ๆ ว่า ดูอะไร ฟังอะไร แล้วจิตมันสดชื่น แจ่มใส มีสติ มีกำลังใจ หรือฟังแล้วดูแล้ว จิตมันหดหู่ โกรธ อยากได้ อยากมี อยากเป็น อยากทำร้าย อยากด่า น้ำตาตก ฯลฯ

..
แล้วถามตัวเองว่า.. ทั้งชีวิต ทุกข์พอหรือยัง แล้วถ้าตายตอนนี้ จิตแบบนี้จะไปดีหรือไปร้าย ถามตัวเองบ่อย ๆ ว่าได้อะไรจากการเสพสื่อต่าง ๆ แม้แต่คุยกับคนรอบข้าง ถามตัวเองบ่อย ๆ จิตจะตอบได้เองว่า.. สิ่งใดควรเสพ ไม่ควรเสพ แล้วสุดท้าย จะตัดขาดจากสิ่งที่นำความทกข์มาให้ได้โดยละม่อม

..
บางครั้งการตัดขาดแบบหักดิบ ก็ไม่ใช่สิ่งที่ดี เกิดมาหลายแสนชาติ สะสมความเคยชิน ความชอบ ความติดใจ มานาน จะให้มันหมดไปแค่หยุดเพียงชั่วคราว อาจเจอแค่กิเลสหลบใน ก็ตามใจมันบ้าง แต่แค่กินปลาอย่าให้โดนก้าง

..

การตั้งคำถามให้ตัวเองบ่อย ๆ ว่าที่กำลังทำ กำลังเสพ กำลังใช้ กำลังดูอยู่ มันได้อะไร ถามบ่อย ๆ หากประกอบกับศรัทธาในกฎแห่งกรรม และเชื่อว่าชาติหน้ามีจริง ตายแล้วไม่สูญ เชื่อเถอะครับว่า คำถามที่ถามตัวเองบ่อย ๆ จะเป็นแสงสว่างเล็ก ๆ ในความมืด ที่พาเราเดินหาทางเจอ พ้นไปจากความทุกข์ระทมในความมืดเดิม ไปสู่แสงสว่างปลายอุโมงค์ที่สว่างเจิดจ้าได้จริง

..

ได้กินอาหารอร่อย ให้คิดถึงปลายทางว่า.. สุดท้ายมันจะกลายเป็นขี้ ที่เราเองยังรังเกียจ ได้เจอคนน่ารัก.. ให้คิดถึงข้างในว่า เต็มไปด้วยเลือด น้ำเหลือง น้ำลาย ขี้เยี่ยว ของเสียอยู่ภายใน แค่หนังถลอกก็หมดน่ารักแล้ว // อยากรวย อยากมีอยากได้อะไร ก็มองให้เห็นว่า ถ้าพรุ่งนี้หัวใจวายตาย ตื่นไม่ได้ เอาอะไรไปได้นอกจากกุศลจิตที่จะนำไปสุคติ

..

คิดถึงฏกแห่งกรรมไว้มาก ๆ ว่าจะได้อะไร ต้องทำไว้ คนที่ไม่ขยันศึกษาหาความรู้ จะฉลาดกว่าคนที่นอนอยู่เฉย ๆ ไม่ได้ สุขสมบัติที่ได้ ลาภลอยไม่มี มันต้องจากบุญที่ทำไว้ทั้งนั้น มาให้ผล
..

การจะพ้นทุกข์ ไม่จำเป็นต้องตัดขาดจากโลก จากความทันสมัย จากกิเลสล่อใจ แต่มันอยู่ได้พร้อมกัน กับสติที่เพียรให้เกิดในทุกอิริยาบถ และพิจารณาให้เป็นธรรม เห็นความจริง ไม่ใช่ฝืนมองโลกในแง่ดี

..

คนมีธรรมะ กับคนไม่มีธรรมะ ยังโกรธได้เหมือนกัน (ถ้ายังไม่บรรลุอนาคามีขึ้นไป) แต่ต่างกันแค่ คนมีธรรมะโกรธ ต่อให้ด่าออกมา ทุกครั้งจะรู้สึกผิดที่โกรธ หรือด่า แล้วจะหาทางว่า ทำอย่างไร จะไม่โกรธไม่ด่า แต่คนไม่มีธรรมะคือด่าเอามัน ด่าให้สะใจ แล้วคิดอย่างเดียวว่า เมื่อไหร่คนและสิ่งต่าง ๆ จะหยุดทำให้ฉันโกรธซะที

..
นี่เป็นสิ่งที่แยกคนออกจา เดรัจฉาน เปรต อสุรกาย อย่ามองว่าคนสนใจธรรมะ ต้องดีสนิท เพราะมันมีหลายระดับ หลายจริต หลายคนก็หวังจะให้คนอื่นเป็นอย่งที่หวัง คือ ทุกคนต้องเป็นดั่งพระอรหันต์ ดีประเสริฐ แต่ตัวเองไม่เคยทำได้แม้ศีลขั้นต้น

..
แล้วก็ทุกข์ใจ โกรธเคืองทีเขาไม่เป็นตามต้องการ และก็เฝ้าว่า.. เมื่อไหร่ มันและคนทั้งโลก จะเป็นอย่างที่กูต้องการซะที สะสมอกุศลจิต ดึงความมืดเข้าคลุมจิต มีแต่พลังงานลบ ดึงเอาสิ่งร้าย ๆ เข้าชีวิต

..

ดูเอาเถอะว่า.. ในข่าวคนฆ่าตัวตาย ทุกข์ใจ ส่วนใหญ่ก็มาจากตัวเอง ส่วนใหญ่ก็เพราะเลือกคู่ผิด ได้คนรักผิด เลี้ยงลูกผิด เลือกงานผิด ใช้ชี่วิตผิด ผ่อนของเกินฐานะ ใช้เงินเกินฐานะ ฯลฯ ทำตัวเองทั้งนั้น แล้วอะไรที่ทำให้นำพาไปสู่สิ่งเลวร้าย มีเพียงไม่กี่คนที่จะยอมรับว่า.. มันเกิดจากจิตอันไม่เป็นกุศล เป็นเบื้องต้น ที่ชักนำชีวิตไปสู่ความมืด ไม่ได้เห็นแสงสว่าง

..

สิ่งที่คนมองข้าม ก็คือ จิตสว่างผ่องใส จะไม่เกิด ถ้าเรายังเสพสื่อสารพัด ที่นำพาจิตไปสู่ความมืด เสพสิ่งที่สร้างอกุศลจิตให้ตัวเองทุกวัน และมากมายเข้าถึงง่ายผ่านมือถือ แบบในทุกวันนี้ครับ

..

หลักสำคัญศาสนาพุทธ จึงมีแค่.. ทำดี เว้นชั่ว ทำจิตผ่องใส ที่ท่องกันได้เกือบทั้งประเทศ แต่หาได้เข้าใจว่า จิตผ่องใส คือจิตอย่างไร แล้วทำอย่างไร ต้องหลีกเลี่ยงอะไรบ้าง ตื่นเช้ามาก็เริ่มต้นชีวิตด้วยอกุศลจิตกันโดยมากแล้ว

Comments

Popular posts from this blog

ที่อยู่เรือนจำทั่วประเทศ เพื่อส่งสื่อคุณธรรมบริจาค

สร้างคนด้วยธรรมมีค่าและได้ประโยชน์ ครูบาอาจารย์สอนไว้ว่า  การทำให้คนที่สกปรกได้เนื้อตัวสะอาดนั้นมีค่ายิ่ง กว่าการทำให้คนที่สะอาดอยู่แล้วหอมขึ้น   มาส่งหนังสือดี ๆ  ให้ห้องสมุดเรือนจำทั่วประเทศ เป็นการทำบุญด้านมหาธรรมทาน ที่มีอานิสงส์แรงกล้าอีกด้านหนึ่ง  ที่มีโอกาสก็ควรทำนะครับ

รายชื่อที่อยู่เรือนจำทั่วประเทศ ผมรวบรวมมาใหม่ หลังจากเคยจัดทำสื่อธรรมส่งให้ทั่วประเทศมาแล้ว แต่มีตีคืนหลายแห่ง  อันนี้ได้มาใหม่ ก็ไม่แน่ใจว่าถูกทั้งหมดหรือเปล่า แต่ก็น่าจะโอเค  

เพราะชื่อสถานที่ หากที่อยู่พลาด แล้วไปรษณีย์ไม่งี่เง่า  เขาก็จะฉลาดพอที่จะส่งให้เองได้   คือคนดี  ๆ  ที่ทำงานโดยตรง เขาก็จะรู้นะว่า  สถานที่นี้มันอยู่ตรงไหน จะเขียนที่อยู่ผิด เขาก็ไปส่งให้ได้


เคยคุยกับคนที่ติดคุกมานาน เขาบอกหนังสือจำเป็นมาก และยังต้องการอีกมาก หากใครอ่านแล้วก็ส่งไปบริจาคกันนะครับ  ในคุกถ้าจัดการดี ๆ  เป็นสถานที่ปฏิบัติธรรมได้เลย เพราะมันไม่ต้องห่วงอนาคต ไม่ต้องคำนึงอดีต  และมีเวลาศึกษาเยอะมากครับ    (เสียดายเวลาแทน) 


อย่าลืมว่า ธรรมะระดับสูงจะไม่เหมาะกับคนที่มาใหม่ โดยเฉพาะคนห่างไกลศาสนา หรือไม่เคยสนใจ  


ดังนั้นเรื่องที…

วิธีทำบุญบรรเทากรรม บทนำ

“ทำบุญบรรเทากรรม” 
ทำไมทำดีมากมาย แต่ชีวิตยังมีแต่ปัญหา?? เรียนรู้เพื่อชีวิตที่เจริญขึ้นทั้งทางโลกและทางธรรม.. "ในชาตินี้"
 :แก้กรรมได้จริงหรือ??  :หลักสำคัญเพื่อบรรเทากรรม  :เสริมดวงเบากรรมให้ตนเอง  :กรรมกับความรัก  :กรรมด้านวาจา  :กรรมสับสนทางเพศ  :กรรม:ยาเสพติด-วิธีเลิก  :โปรแกรมจิตเลิกบุหรี่  :สรุปวิธีทำบุญบรรเทากรรม
 “แก้กรรม” เป็นคำเพื่อให้เข้าใจง่าย แต่ความจริงเป็นอย่างไร อ่านก่อนค่อยเชื่อหรือปฏิเสธ อาจไม่ใช่อย่างที่คุณคิด!! เรียบเรียงโดย : อริยคุณ พุทธะธรรม

ศึกษาธรรมะ คือ.. ศึกษาความจริงความจริง..ทำให้เห็นทางที่เกิดประโยชน์สูงสุด     "ทุกข์".. เกิดเพราะไม่เข้าใจความจริงทำบุญเหมือนปลูกต้นไม้ ย่อมได้ผลตามสิ่งที่ปลูก

ผลบุญแต่ละด้าน มีอานิสงส์ต่างกัน ให้ผลต่างเวลากัน

พุทธคาถา เพื่อพ้นทุกข์

ขอยก.. "พุทธคาถา" สั้น ๆ มาแบ่งปัน ว่าด้วยหลักการปฏิบัติธรรม ที่ควรนำมาท่องจำใส่ใจ แล้วนำไปปฏิบัติ 
คาถานี้ควรท่องบ่อย ๆ มีบุญอานิสงส์มากกว่า ท่องคาถาที่แปลไม่ออก แล้วคิดว่าขลัง จะโชคดี ซึ่งเป็นมิจฉาทิฎฐิที่ชาวพุทธจำนวนมากยังสอนและทำกัน

พุทธคาถา จากพระไตรปิฎก เล่ม 18


..... บุคคลเห็นรูปที่น่าชอบใจหรือเห็นรูปที่ไม่น่าชอบใจแล้ว พึงบรรเทาทางของราคะในรูปที่น่าชอบใจ (รู้เท่าทันราคะ ความชอบ ความรัก ความอยากได้ที่เกิดในใจ) และไม่พึงเสียใจว่า ‘รูปของเราไม่น่ารัก’  

[* รูป = สิ่งที่รู้ได้ด้วย ตา หู จมูก ลิ้น กาย  เช่น.. ร่างกาย คน สัตว์ สิ่งของ  :||:   นาม = สิ่งที่รู้ได้ด้วยใจ  เช่น.. เวทนา (สุข-ทุกข์) ,สัญญา (ความจำได้หมายรู้) ฯ] 

ได้ยินเสียงที่น่ารักและไม่น่ารักแล้ว ไม่พึงกระหายในเสียงที่น่ารัก และพึงบรรเทาความไม่ชอบใจในเสียงที่ไม่น่ารัก และไม่พึงเสียใจว่า ‘เสียงของเราไม่น่ารัก’


ได้ดมกลิ่นหอมที่น่าชอบใจ และได้ดมกลิ่นเหม็นที่ไม่น่าชอบใจแล้ว พึงบรรเทาความหงุดหงิดในกลิ่นที่ไม่น่าชอบใจ และไม่พึงพอใจในกลิ่นที่น่าชอบใจ


ได้ลิ้มรสที่ไม่อร่อยและอร่อย และลิ้มรสที่ไม่อร่อยในบางคราวแล้ว ไม่พึงติดใจลิ…

กรรม-อดีตชาติ บรรเทาได้?

อดีตชาติ เจ้ากรรมนายเวรมีจริงหรือไม่ บาปที่เคยทำแก้(บรรเทา)ได้จริงหรือ??  ..รู้แล้วมีประโยชน์อย่างไร.. "โปรดอ่านแล้วพิจารณาก่อนเชื่อ หรือปฏิเสธ"
ภพชาติมีจริง สิ่งมีจริงแต่เชื่อว่าไม่มี ถือเป็นมิจฉาทิฐิ จะบรรลุธรรมไม่ได้ (ผู้ไม่เชื่อว่าโอปปาติกะสัตว์ คือ เทวดา เปรต ฯ มีจริงถือเป็นมิจฉาทิฏฐิ - พระไตรปิฎก)  มีการพิสูจน์เชิงวิทยาศาสตร์ทางจิตมากมายจากทั่วโลก 
จนยอมรับว่า.. "การกลับชาติมาเกิดมีจริง" การพิสูจน์ที่เด่นสุดคือการเดินทางทั่วโลกของศ.เอียน สตีเวนสัน ซึ่งมีการทดสอบเป็นขั้นตอน จดบันทึกอย่างเป็นวิทยาศาสตร์ ล่าสุดทำเป็นสารคดีทางทีวีเผยแพร่ทั่วโลก

การเชื่อเรื่องแนวนี้ ต้องเชื่อแบบถูกต้องถึงเป็นประโยชน์ แต่หลายคนเชื่อแบบงมงายขาดเหตุผลจนตกเป็นเหยื่อให้กลุ่มคนหลอกลวง ซึ่งอาจมาในคราบผู้ทรงศีล หมอดู-ร่างทรง




"แก้กรรม" เป็นคำให้คนทั่วไปเข้าใจง่ายขึ้นเท่านั้น เพราะกรรมแก้ไม่ได้ (แต่บรรเทา-เลื่อนส่งผลได้)

ทำอะไรไว้จะส่งผลกลับเสมอ มาเมื่อไหร่ขึ้นอยู่กับน้ำหนักกรรม จังหวะ-โอกาส เราเกิดมานับชาติไม่ถ้วน ความดีชั่วที่ทำไว้มากมาย รอสลับให้ผลเกินคาดเดาได้ คนไม่ยอมเชื่อเรื่องกร…

ดารา งานบันเทิง กับผลกรรม

ข้อความจากพระไตรปิฎก เล่ม 18 : เรื่องกรรมของดารานักแสดง ซึ่งในปัจจุบัน สามารถรวมถึงงานบันเทิงทุกด้านแม้แต่เว็บไซต์  กดฟังได้จากยูทูปก่อนนะครับ ก่อนอ่านด้านล่าง


ทำอะไรมีผลกับใจผู้อื่นไว้แค่ไหนจะเป็นพลังงานส่งกลับมาหาเราเสมอให้ความสุขจอมปลอมก็จะได้ความสุขจอมปลอมกลับมา
การหัวเราะ การชื่นชอบการร่าเริงในกิเลสในเรื่องไม่จริงเป็นโมหะ (ความหลง) ความชอบคือราคะความขัดใจแม้ความสงสารคือโทสะกิเลสสามกองที่ดารานักร้องสื่อแม้แต่เว็บไซต์ที่มอมเมา

กล่อมจิตคนจำนวนมากให้เกิดกิเลสอันเป็นเหตุให้ทุกข์และสืบต่อเป็นการลงอบายภูมิจึงควรพิจารณาไม่มีอาชีพอะไรไม่มีบาปเลยยกเว้น.. การบวชที่ปฏิบัติได้เคร่งครัดถูกต้องตามวินัย

แม้จะทำอาชีพเสี่ยงบาป(หนัก)  แต่เราสามารถเสริมบุญให้ตัวเองได้ด้วยการทำบุญในด้านที่ส่งเสริมและคานอำนาจผลกรรมนั้นๆได้เช่น. การส่งเสริมการเผยแผ่ธรรมะ(ที่ถูกต้อง) เป็นประจำรักษาศีล

เจริญสติให้เห็นสัจธรรมให้ได้และที่สำคัญคือเจตนาหากทำอาชีพเสี่ยงบาปโดยที่ใจไม่ยินดีสักแต่ว่าทำเพราะความจำเป็น

มีสติคอยระลึกว่าวันหนึ่งถ้ามีโอกาสจะต้องไปให้พ้นจากอาชีพนี้ให้ได้วันหนึ่งจะเจอหนทางได้เอง

เป็นการยากที่ดารา

บุญ ปีชง ร่างทรง ดวง กรรม

"ทำบุญ" คือทำในสิ่งที่ส่งให้จิตเป็นกุศล และเกิดประโยชน์  "บุญ" คนส่วนใหญ่นึกถึงแค่การบริจาคเงิน จึงทุ่มทุนซื้อบุญกันอย่างหน้ามืด ซึ่งแค่การวางจิต(หรือเจตนา)ต่างกันแม้บริจาคเท่ากันก็ได้ผลต่างกันมากการให้ทานเป็นบุญระดับต้นเท่านั้น
ทำบุญแต่ละด้านมีผลต่างกัน ถ้าเน้นทำบุญบรรเทากรรม ต้องเข้าใจและทำให้ตรงด้านเหมือนต้องรู้ว่าสารแต่ละอย่างมีอะไรเป็นตัวเสริมหรือต้านฤทธิ์ของมันสารพัดวิธีงมงายในหนังสือ ทีวี และแม้แต่ในวัดที่หลอกคนให้เสียเงิน แก้กรรม แก้ปีชง ฯลฯ

ศาสนาพุทธแท้ ปฏิเสธเรื่องปีชง เรื่องดวงดาวนะครับ มีคำพระบอกไว้ว่า  "คนเขลามักคำนวนดวงดาวอยู่" และปีอะไรก็ไม่มีผลกับเรา มีแต่ปีไหนกรรมชั่วมันมากกว่ากรรมดีแล้วถึงเวลาให้ผลเท่านั้นเอง
: สำหรับบางคนอาจไม่หลอกแต่เพราะเชื่อแบบนั้นจริง ๆคนทำสมาธิถึงจุดแล้วเห็นผีเห็นกรรมได้จริง แต่ที่เห็นอาจไม่ใช่ของจริงทั้งหมดตราบใดไม่เจริญสติถูกทาง จิตไม่สะอาดจริง ยังเห็นจิตเป็นเรา ยังแยกจิตผู้รู้ออกมาไม่ได้ ฯลฯ   (การดูดวงดาวเป็นสถิติเท่านั้น)

พลังสมาธิบวกจิตที่ยังมีกิเลส (โมหะ)  จะสร้างภาพหลอกแนบเนียนจนเชื่อสนิทเคยมีข้อมูลเดิมฝังใจแต่…

กรรม-เหล้า ยาเสพติด

การปฏิบัติธรรม-การฝึกตนในหลายด้าน  มักไม่ได้ผลกับคนทั่วไปในวงกว้างเพราะเน้นหักดิบหรือบังคับตนเกินพอดีซึ่งนั่นเหมาะกับคนมีปัญญากล้าหรือมีความพร้อมถึงระดับแล้ว
แต่สำหรับคนที่ฐานจิตยังไม่มั่นคงจะเป็นเรื่องยากเกินเอื้อมถึงจนถอดใจและแม้ทำได้อาจเพียงกดข่มชั่วคราวเหมือนหินทับหญ้ายกหินออกก็งอกใหม่ได้
คนส่วนใหญ่รู้ดีว่ากินเหล้าผิดศีลห้าแต่มักตัดใจได้ยากและมีข้ออ้างสารพัดเพื่อจะไม่เลิก

การจะหลุดจากสิ่งไม่ดีที่ย้อมจิตให้ลุ่มหลงติดใจวิธีที่น่าจะทำได้จริงกับคนทั่วไปมากกว่าคือ.. พยายามสะสมข้อมูลเรียนรู้ให้เข้าใจทีละขั้นในขณะที่ยังอยู่กับมัน

ไม่ใช่การวิ่งหนีหรือบังคับให้ตัดขาดทันทีการแนะนำให้คนเลิกเหล้าหรือยาเสพติดอย่าเริ่มต้นด้วยการทำให้เขารู้สึกว่าสิ่งที่ทำมันเลวเป็นบาปร้ายแรง
หรือต้องให้ละทิ้งสิ่งที่ลุ่มหลงมานานในทันทีเพราะมันทำให้จิตต่อต้านและไม่เปิดใจรับ

มนุษย์จะละกิเลสแต่ละด้านได้ต้องมีสิ่งดีกว่าเข้ามาแทนให้จิตได้สัมผัสทีละลำดับขั้น

ครูอาจารย์สอนไว้ว่า..  การรักษาศีลเอาที่ทำได้แน่แค่ข้อเดียวก่อนก็ได้สำหรับคนพึ่งเริ่มต้นไม่ต้องพยายามเป็นคนดีให้ได้ทันทีไม่ต้องบังคับฝืนตนจนเกินพอดี
พอศีลบริสุทธิ์ซักข้อจิ…

เจ้ากรรมนายเวร มีจริง??

รู้จัก..เจ้ากรรมนายเวร!!
สำหรับผู้สนใจพ้นทุกข์ อันดับแรกที่ควรใส่ใจคือ ต้องเปิดใจ เผื่อใจไว้รับข้อมูลใหม่ ๆ หลายแนวทาง ด้วยใจเป็นกลาง โดยไม่เอาทิฏฐิ ความเชื่อเดิมของตนมาเป็นกำแพงไว้ก่อน   

คนจำนวนมากใฝ่ดี แต่ลงเหว ก็เพราะการยึดมั่นในความเชื่อเดิมของตน   เจ้ากรรมนายเวร หากจะอธิบายให้เห็นภาพง่าย และเท่าที่มีหลักฐานในพระไตรปิฎก และไม่ขัดแย้งกับหลักของกฎแห่งกรรม อาจแบ่งได้เป็นสองประเภทดังนี้ 

เจ้ากรรมนายเวรที่คอยส่งผลให้ชีวิตของเรา  ประเภทแรกคือ..  หลักกฎแห่งกรรมที่ทำอะไรไว้จะมีผลสะท้อนกลับหาเราเสมอเหมือนเอามีดกรีดแขนก็ต้องเกิดแผลเจ็บปวด
วิทยาศาสตร์พิสูจน์ได้คร่าวๆว่าการพูดคิดทำดีส่งให้เกิดคลื่นพลังงานอย่างหนึ่งการพูดคิดทำชั่วส่งให้เกิดคลื่นพลังงานที่ตรงข้ามกันคลื่นพลังต่างกันจะต่อต้านกันพลังงานเหมือนกันจะดูดเข้าหากัน
คนมีน้ำใจเจอคนเห็นแก่ตัวจะรู้สึกขยะแขยงอย่างหาสาเหตุไม่ได้คนชั่วเจอคนดีจะรู้สึกไม่เร้าใจไม่น่าคบเป็นแฟนเด็กหลังห้องจะหมั่นไส้เด็กหน้าห้องพนักงานเลวจะหมั่นไส้คอยกลั่นแกล้งพนักงานดีที่ขยันเกินหน้า
พลังงานจากจิตผลักและดึงคนที่สันดานเหมาะกับเรามาวนเวียนในชีวิตแฟนหรือเพื่อนแค่คนเดียวอา…

พุทธวจน เรื่องพิธีกรรม

อสิพันธกปุตตสูตร-พระไตรปิฎก18 : แก่นสารสำคัญของศาสนาพุทธที่อยากให้ใส่ใจศึกษา และน้อมเข้าในใจ 
: พระผู้มีพระภาคตรัสว่า.. บุรุษในโลกนี้เป็นผู้ฆ่าสัตว์ลักทรัพย์ประพฤติผิดในกาม พูดเท็จ พูดส่อเสียด พูดคาหยาบ พูดเพ้อเจ้อ เพ่งเล็งอยากได้ของเขา มีจิตพยาบาท เป็นมิจฉาทิฏฐิ
หมู่มหาชนพึงมาประชุมแล้วสวดอ้อนวอน สวดสรรเสริญ ประนมมือเดินเวียนรอบบุรุษนั้นว่า ‘ขอบุรุษนี้หลังจากตายแล้วจงไปเกิดในสุคติโลกสวรรค์เถิด’ . 

ท่านเข้าใจความข้อนั้นว่าอย่างไร บุรุษนั้นหลังจากตายแล้วพึงไปเกิดในสุคติโลกสวรรค์เพราะการสวดอ้อนวอน เพราะการสวดสรรเสริญหรือเพราะการประนมมือเดินเวียนรอบแห่งหมู่มหาชนเป็นเหตุได้หรือ ? . 
เปรียบเหมือนบุรุษโยนก้อนหินใหญ่ลงในห้วงน้ำลึก หมู่มหาชนพึงมาประชุมแล้วสวดอ้อนวอน สวดสรรเสริญ ประนมมือเดินเวียนรอบก้อนหินใหญ่นั้นว่า ‘โผล่ขึ้นเถิด ลอยขึ้นเถิด พ่อก้อนหินใหญ่ ’ . 

ก้อนหินใหญ่นั้นพึงโผล่ขึ้น ลอยขึ้น หรือขึ้นบกเพราะการสวดอ้อนวอน เพราะการสวดสรรเสริญหรือเพราะการประนมมือเดินเวียนรอบแห่งหมู่มหาชนเป็นเหตุได้หรือ” 
อุปมานั้นฉันใดอุปไมยนี้ก็ฉันนั้นเหมือนกัน บุรุษคือคนใดเป็นผู้ฆ่าสัตว์ลักทรัพย์ ฯลฯ (อกุศลกรรมบ…

พลังกรรม เปลี่ยนชะตาชีวิต

กรรมคือ.. การกระทำ

ทำดี พูดดี คิดดี  เรียกว่า กรรมดีทางกาย วาจา ใจ   :  ทำชั่ว พูดชั่ว คิดชั่ว  เรียกว่า.. กรรมชั่ว ที่ทำทางกาย วาจา ใจ   แต่คนส่วนใหญ่มักเข้าใจผิด พอพูดถึงกรรม ก็จะนึกถึงการทำบาป ทำชั่ว   จึงควรทำความเข้าใจความหมายของคำว่า.. "กรรม"
หลักกรรม-พลังงานจากกรรมจะพยายามรักษาให้อยู่เส้นทางเดิมเสมอพลังกรรมแบบไหนเยอะกว่าไม่ว่าดีหรือชั่วเส้นทางกรรมนั้นจะเป็นใหญ่ในชีวิตเราได้ง่าย
มีพลังงานชั่วในตัวเยอะจะทำชั่วได้ง่ายทำบาปขึ้นเป็นที่ชื่นชอบของคนชั่วทำความดียากมีอุปสรรคขัดขวางทุกครั้งที่ตั้งใจทำดีคิดจะรักษาศีลไม่ฆ่าสัตว์จะมียุงมากัดเยอะพิเศษ
คิดไม่ด่าใครจะมีคนทำให้โกรธคิดไม่นอกใจแฟนจะมีคนน่ารักมายั่วให้ตบะแตกจะไปทำบุญก็มีเหตุทะเลาะกับคนไปด้วย


ตรงข้ามกับคนที่สะสมพลังงานดีไว้เยอะคิดจะทำชั่วก็มีเหตุให้ทำไม่ได้ดมกาวก็เหม็นทนดมไม่ไหวจะตกปลาไม่มีวี่แววจะตกได้จะนอกใจแฟนดันท้องเสีย-รถเสียสมัครงานอาชีพบาปเขาเห็นหน้าหมั่นไส้ไม่รับทำงาน
ทุกชีวิตจะฉีกเส้นทางเดิมของตนได้ต้องใช้กำลังมหาศาลโดยเฉพาะจากชั่วเป็นดีแต่จากดีเป็นชั่วอาจไม่ต้องพยายามเท่าไหร่เพราะจิตมนุษย์คอยไหลลงต่ำอยู่แล้วบางครั้งกร…