Skip to main content

พระไตรปิฎกศึกษา : พระสมบัติ นันทิโก


รวมเสียงบรรยายพระไตรปิฎก-คัมภีร์ที่เกี่ยวข้อง เพื่อเข้าใจพุทธวจนให้ถูกต้องไม่หลงทาง ทั้งในแง่ของศัพท์และความหมายเชิงลึกของพุทธธรรมโดยละเอียดโดย.. พระอาจารย์สมบัติ นันทิโก: ต้นฉบับปรับปรุงใหม่ 2564 โดย.. โจโฉ ชมรมผลดี  || ต้นฉบับเดิมจากมูลนิธิรักษ์ธรรม และกลุ่มไตรสิกขา trisikkha.com  หน้าหลัก podcast ฟังครบทุกเรื่องที่ anchor.fm/tripitaka หรือ www.youtube.com/user/MrJozho


   


--------------------------



[*DOWNLOAD]
กดชื่อ-โหลดแยกหมวด
ต้นฉบับที่จัดทำใหม่ ปรับปรุงเสียงหลายขั้นตอน พร้อมแปลงไฟล์ให้เล็กลงมาก แต่ยังคมชัดฟังสบาย จึงจัดเก็บไม่เปลืองเนื้อที่ ใช้เพียง SD card หรือแฟลชไดรฟ์ อันเดียวก็พกพาไว้ฟังได้สะดวก  และรวมหัวข้อไม่แยกย่อยจึงน่าจะเลือกฟังได้ง่ายขึ้น แนะนำใส่ sd card แล้วใส่ในโทรศัพท์อีกที จะสะดวกกว่ามาก เดี๋ยวนี้ขนาด 32 gb ราคาไม่แพง

----------

เรียนธรรมแท้จากคัมภีร์หลักของชาวพุทธ เพื่อเข้าใจพุทธวจนให้ถูกต้องตรงทาง ทั้งแง่คำศัพท์ และความหมายเชิงลึก ที่ต้องทำความเข้าใจให้ครบด้าน จากพระผู้รู้ ผู้แตกฉานพระไตรปิฎก บรรยายด้วยลีลาน้ำเสียงน่าฟัง และเข้าใจง่าย (และรู้จริง เข้าใจจริง)   

ผู้ต้องการพ้นทุกข์ หรือเพื่อประกันไม่ให้หลงทาง กลายเป็นยึดพุทธวจนแบบผิดทาง จนกลายเป็นกล่าวตู่คำสอนพระศาสดา อันเป็นภัยใหญ่  ควรเปิดใจสละเวลาศึกษาให้รอบด้าน  อย่างน้อยคัมภีร์ในสายเถรวาท ถือว่าสืบต่อคำสอนมาครบถ้วนที่สุด   ท่านจะเชื่อพระรุ่นหลังที่แปลบาลียังผิด หรือจะเชื่อพระอสีติมหาสาวก ที่รจนาคัมภีร์ขยายความพุทธธรรมไว้หลายฉบับ ทั้งพระสารีบุตร พระมหากัจจายนะ ฯลฯ   

มติของอรรถกถาจารย์ใช้เป็นองค์ประกอบ ที่จำเป็นควรรู้  และสามารถนำเทียบเคียงทั้งสามปิฎก ถ้าไม่ขัดแย้งกันก็ควรเชื่อถือได้  แต่หากท่านปฏิบัติถูกทางจริง อย่างน้อยให้จิตผู้รู้ตื่น เห็นจิตกายทำงานเป็นอีกสิ่งได้   

และเข้าใจหลักกรรมการเกิดของทุกสรรพสิ่งในข้อ.. วิญญาณเป็นปัจจัยให้เกิดนามรูป จนเห็นชัดว่าทุกสิ่งรอบกายเกิดจากวิบาก หรือเกิดจากจิต (มโน) ได้อย่างไร แม้กระทั่งภูเขา ต้นไม้ สิ่งแวดล้อม  ท่านจะเข้าใจความหมายแฝง ความหมายแท้ของแต่ละประโยคได้ลึกซึ้งขึ้น

และจะมองออกว่า  การใช้สื่อการสอน การใช้ประโยคให้เหมาะสมกับคนต่างจริต วาสนา หรือสอนคนในแต่ละยุคนั้น อาจแฝงด้วยกุศโลบายอย่างแยบยลแค่ไหน   และจะไม่มีทางหลงทางได้เลย เพราะเข้าใจจุดประสงค์แท้จริงของการสอนคนแต่ละกลุ่ม แต่ละยุค ที่ใช้สำนวน วิธีการแตกต่างกันไป

ยกตัวอย่างการเข้าใจพุทธวจนผิดเช่น.. เชื่อว่าพระพุทธเจ้าสอนว่า ความไม่มีโรคเป็นลาภอันประเสริฐ ทั้งที่พระพุทธเจ้าหมายถึง นิพพาน คือไม่ต้องเกิดอีก จึงไม่มีโรค และตรัสว่าความหมายที่เข้าใจกันนั้น ลัทธิอื่น เดียรถีย์ก็พูดได้ แต่พระองค์หมายถึงลึกซึ้งกว่านั้น  นี่แค่ตัวอย่าง..  มีอีกหลายตอนที่ตรัสไม่กี่ประโยค  แต่ภิกษุก็ยังไม่เข้าใจ ต้องไปถามพระอรหันตสาวกให้อธิบายให้  ซึ่งท่านก็อธิบายได้พิศดารจากประโยคเดียว สู่ธรรมะอันล้ำลึก  และพระพุทธเจ้าก็ตรัสรับรองว่าถูกต้อง ทรงจำนำไปปฏิบัติได้(ทุกครั้ง)   

จะเห็นได้ว่า.. การท่องแค่พุทธวจน ที่แปลมาจากภาษามคธ ซึ่งไม่มีทางจะแปลได้ตรงเป๊ะตามความหมายหรือสำนวนได้อยู๋แล้ว  จึงต้องมีความรู้ ทั้งทฤษฎีและปฏิบัติมากพอด้วย ถึงจะเข้าใจได้จริง  ไม่ใช่นึกว่าแค่ท่องแล้วก็จะบรรลุ หรือสำนักตนเท่านั้นที่ถูกทาง พุทธแท้ 


อันจะเห็นได้ว่าเกิดความเสียหาย และมีมติตีความพุทธธรรมผิดไปจากความเป็นจริงหลายจุดมาก  มากจนไม่น่าเชื่อว่า.. ยังนับถือกันได้   ทั้งที่เจตนาดี แต่ไม่ศึกษาให้รอบคอบ  ก็หลงทางเสียเวลา ร่วมทำลายศาสนาสะสมบาปกรรมติดตัวได้ยากจะถอน  เกิดใหม่ก็จะหลงทางได้ง่ายซ้ำเข้าไปอีก  ช่างเป็นเวรกรรมที่น่าเห็นใจจริง ๆ