Skip to main content

พุทธคาถา เพื่อพ้นทุกข์


ขอยก.. "พุทธคาถา" สั้น ๆ มาแบ่งปัน ว่าด้วยหลักการปฏิบัติธรรม ที่ควรนำมาท่องจำใส่ใจ แล้วนำไปปฏิบัติ 

คาถานี้ควรท่องบ่อย ๆ มีบุญอานิสงส์มากกว่า ท่องคาถาที่แปลไม่ออก แล้วคิดว่าขลัง จะโชคดี ซึ่งเป็นมิจฉาทิฎฐิที่ชาวพุทธจำนวนมากยังสอนและทำกัน


  • พุทธคาถา จากพระไตรปิฎก เล่ม 18



..... บุคคลเห็นรูปที่น่าชอบใจหรือเห็นรูปที่ไม่น่าชอบใจแล้ว พึงบรรเทาทางของราคะในรูปที่น่าชอบใจ (รู้เท่าทันราคะ ความชอบ ความรัก ความอยากได้ที่เกิดในใจ) และไม่พึงเสียใจว่า รูปของเราไม่น่ารัก’  


[* รูป = สิ่งที่รู้ได้ด้วย ตา หู จมูก ลิ้น กาย  เช่น.. ร่างกาย คน สัตว์ สิ่งของ  :||:   นาม = สิ่งที่รู้ได้ด้วยใจ  เช่น.. เวทนา (สุข-ทุกข์) ,สัญญา (ความจำได้หมายรู้) ฯ] 


  • ได้ยินเสียงที่น่ารักและไม่น่ารักแล้ว ไม่พึงกระหายในเสียงที่น่ารัก และพึงบรรเทาความไม่ชอบใจในเสียงที่ไม่น่ารัก และไม่พึงเสียใจว่า เสียงของเราไม่น่ารัก



  • ได้ดมกลิ่นหอมที่น่าชอบใจ และได้ดมกลิ่นเหม็นที่ไม่น่าชอบใจแล้ว พึงบรรเทาความหงุดหงิดในกลิ่นที่ไม่น่าชอบใจ และไม่พึงพอใจในกลิ่นที่น่าชอบใจ



ได้ลิ้มรสที่ไม่อร่อยและอร่อย และลิ้มรสที่ไม่อร่อยในบางคราวแล้ว ไม่พึงติดใจลิ้มรสที่อร่อย และไม่ควรยินร้ายในรสที่ไม่อร่อย


ถูกผัสสะ (การถูกต้อง สัมผัส) ที่เป็นสุขกระทบแล้วไม่พึงมัวเมา แม้ถูกผัสสะที่เป็นทุกข์กระทบแล้วก็ไม่พึงหวั่นไหว

ควรวางเฉยผัสสะทั้งสองทั้งที่เป็นสุขและเป็นทุกข์ ไม่ควรยินดี ไม่ควรยินร้ายกับผัสสะอะไรๆ



  • ก็บุคคลบรรเทาใจที่อาศัยกามคุณห้าทั้งปวงแล้ว (คือรูป เสียง กลิ่น รส สัมผัส) ย่อมเปลี่ยนจิตให้ประกอบด้วยเนกขัมมะ (การละเว้นบาป การออกบวช)



ในกาลใดที่บุคคลอบรมใจดีแล้วในอารมณ์ ๖ ประการอย่างนี้ในกาลนั้นจิตของเขาถูกสุขสัมผัสหรือทุกขสัมผัสกระทบแล้วย่อมไม่หวั่นไหวในที่ไหนๆ ครอบงำราคะและโทสะได้แล้วย่อมเป็นผู้ถึงจุดจบแห่งความเกิดและความตาย (นิพพาน)”


ข้อความจาก.. พระไตรปิฎก เล่มที่ 18

----------------



        บทสวดที่สมัยพุทธกาลท่านแต่งให้สวด จุดประสงค์คือการแปลแล้วนำมาท่องได้ง่าย จดจำได้ง่าย เพื่อสืบต่อคำสอนของพระพุทธเจ้า และหลักธรรม ให้ท่องแล้วนำมาปฏิบัติ เพื่อพ้นทุกข์ เพื่อชีวิตที่ดีขึ้นในทุกด้าน 


  • ไม่ใช่คาถาขลัง ท่องเฉย ๆ แล้วจะร่ำรวยโชคดี (เมื่อจิตเป็นกุศล มีศีล มีปัญญา มีการให้ทาน จิตเมตตา พลังจิตแบบนี้เท่านั้น จะดึงดูดสิ่งดี ๆ คนดี ๆ งานดี ๆ  เข้ามาในชีวิต : อย่าลืมเรื่องกรรมชาติก่อนด้วย)


ให้สังเกตว่า..  การนำพระคาถานี้ไปท่อง แล้วปฏิบัติตาม  สามารถทำได้ในทุกเพศ ทุกวัย ทุกอาชีพ และเมื่อทำได้ ก็ถือเป็นการออกบวชเช่นกัน (เนกขัมมะ)

ไม่จำเป็นต้องไปทำพิธี หรือต้องห่มเหลือง ก็ถือว่าได้บวชอยู่กับบ้าน ได้อานิสงส์ มีโอกาสบรรลุธรรมได้ ตราบเท่าที่มีความเพียรต่อเนื่อง


  • ข้อนี้เป็นบุญใหญ่สุด เมื่อเจริญสติ วางจิตได้ตามที่พระพุทธเจ้าทรงสอน จิตที่มีสติ จะเกิดศีลโดยอัตโนมัติ  (ศีล.. คือการไม่เบียดเบียน ผู้มีสติย่อมไม่เบียดเบียนตนและผู้อื่น)


เมื่อมีศีล มีปัญญา จะเกิดการให้ทานอย่างถูกต้องตามมา ด้วยจิตที่กิเลสเบาบาง ย่อมให้ทานอย่างสม่ำเสมอ และเกิดประโยชน์ได้จริง



ศาสนาไม่ได้ยาก แต่ก็ไม่ได้ง่าย แต่ถ้าเข้าใจหลัก เข้าใจแก่น เราก็สามารถหาสิ่งที่ง่ายที่สุด สำหรับตัวเราได้ จากที่อัดเสียงธรรมมาหลายแนว พระคาถานี้ ถือเป็นหลักธรรมที่เหมาะสมกับคนยุคปัจจุบันมาก และไม่ได้ยากเกินไป



หากคุณไม่มีเวลาศึกษาพระไตรปิฎกได้จบทั้งหมด หลักการนี้ จะมีประโยชน์ และนำไปสู่สัมมาทิฎฐิ ไปสู่การพ้นทุกข์ได้ โดยที่อาจไม่ต้องรู้อะไรมากเลยก็ได้ครับ


(อ่านบทความอื่น)
(โทรศัพท์:กดที่  =  มุมขวาบนสุด)

Comments

Popular posts from this blog

วิธีทำบุญบรรเทากรรม บทนำ

“ทำบุญบรรเทากรรม” 
ทำไมทำดีมากมาย แต่ชีวิตยังมีแต่ปัญหา?? เรียนรู้เพื่อชีวิตที่เจริญขึ้นทั้งทางโลกและทางธรรม.. "ในชาตินี้"
 :แก้กรรมได้จริงหรือ??  :หลักสำคัญเพื่อบรรเทากรรม  :เสริมดวงเบากรรมให้ตนเอง  :กรรมกับความรัก  :กรรมด้านวาจา  :กรรมสับสนทางเพศ  :กรรม:ยาเสพติด-วิธีเลิก  :โปรแกรมจิตเลิกบุหรี่  :สรุปวิธีทำบุญบรรเทากรรม
 “แก้กรรม” เป็นคำเพื่อให้เข้าใจง่าย แต่ความจริงเป็นอย่างไร อ่านก่อนค่อยเชื่อหรือปฏิเสธ อาจไม่ใช่อย่างที่คุณคิด!! เรียบเรียงโดย : อริยคุณ พุทธะธรรม

ศึกษาธรรมะ คือ.. ศึกษาความจริงความจริง..ทำให้เห็นทางที่เกิดประโยชน์สูงสุด     "ทุกข์".. เกิดเพราะไม่เข้าใจความจริงทำบุญเหมือนปลูกต้นไม้ ย่อมได้ผลตามสิ่งที่ปลูก

ผลบุญแต่ละด้าน มีอานิสงส์ต่างกัน ให้ผลต่างเวลากัน

ที่อยู่เรือนจำทั่วประเทศ เพื่อส่งสื่อคุณธรรมบริจาค

สร้างคนด้วยธรรมมีค่าและได้ประโยชน์ ครูบาอาจารย์สอนไว้ว่า  การทำให้คนที่สกปรกได้เนื้อตัวสะอาดนั้นมีค่ายิ่ง กว่าการทำให้คนที่สะอาดอยู่แล้วหอมขึ้น   มาส่งหนังสือดี ๆ  ให้ห้องสมุดเรือนจำทั่วประเทศ เป็นการทำบุญด้านมหาธรรมทาน ที่มีอานิสงส์แรงกล้าอีกด้านหนึ่ง  ที่มีโอกาสก็ควรทำนะครับ

รายชื่อที่อยู่เรือนจำทั่วประเทศ ผมรวบรวมมาใหม่ หลังจากเคยจัดทำสื่อธรรมส่งให้ทั่วประเทศมาแล้ว แต่มีตีคืนหลายแห่ง  อันนี้ได้มาใหม่ ก็ไม่แน่ใจว่าถูกทั้งหมดหรือเปล่า แต่ก็น่าจะโอเค  

เพราะชื่อสถานที่ หากที่อยู่พลาด แล้วไปรษณีย์ไม่งี่เง่า  เขาก็จะฉลาดพอที่จะส่งให้เองได้   คือคนดี  ๆ  ที่ทำงานโดยตรง เขาก็จะรู้นะว่า  สถานที่นี้มันอยู่ตรงไหน จะเขียนที่อยู่ผิด เขาก็ไปส่งให้ได้


เคยคุยกับคนที่ติดคุกมานาน เขาบอกหนังสือจำเป็นมาก และยังต้องการอีกมาก หากใครอ่านแล้วก็ส่งไปบริจาคกันนะครับ  ในคุกถ้าจัดการดี ๆ  เป็นสถานที่ปฏิบัติธรรมได้เลย เพราะมันไม่ต้องห่วงอนาคต ไม่ต้องคำนึงอดีต  และมีเวลาศึกษาเยอะมากครับ    (เสียดายเวลาแทน) 


อย่าลืมว่า ธรรมะระดับสูงจะไม่เหมาะกับคนที่มาใหม่ โดยเฉพาะคนห่างไกลศาสนา หรือไม่เคยสนใจ  


ดังนั้นเรื่องที…

ดารา งานบันเทิง กับผลกรรม

ข้อความจากพระไตรปิฎก เล่ม 18 : เรื่องกรรมของดารานักแสดง ซึ่งในปัจจุบัน สามารถรวมถึงงานบันเทิงทุกด้านแม้แต่เว็บไซต์  กดฟังได้จากยูทูปก่อนนะครับ ก่อนอ่านด้านล่าง


ทำอะไรมีผลกับใจผู้อื่นไว้แค่ไหนจะเป็นพลังงานส่งกลับมาหาเราเสมอให้ความสุขจอมปลอมก็จะได้ความสุขจอมปลอมกลับมา
การหัวเราะ การชื่นชอบการร่าเริงในกิเลสในเรื่องไม่จริงเป็นโมหะ (ความหลง) ความชอบคือราคะความขัดใจแม้ความสงสารคือโทสะกิเลสสามกองที่ดารานักร้องสื่อแม้แต่เว็บไซต์ที่มอมเมา

กล่อมจิตคนจำนวนมากให้เกิดกิเลสอันเป็นเหตุให้ทุกข์และสืบต่อเป็นการลงอบายภูมิจึงควรพิจารณาไม่มีอาชีพอะไรไม่มีบาปเลยยกเว้น.. การบวชที่ปฏิบัติได้เคร่งครัดถูกต้องตามวินัย

แม้จะทำอาชีพเสี่ยงบาป(หนัก)  แต่เราสามารถเสริมบุญให้ตัวเองได้ด้วยการทำบุญในด้านที่ส่งเสริมและคานอำนาจผลกรรมนั้นๆได้เช่น. การส่งเสริมการเผยแผ่ธรรมะ(ที่ถูกต้อง) เป็นประจำรักษาศีล

เจริญสติให้เห็นสัจธรรมให้ได้และที่สำคัญคือเจตนาหากทำอาชีพเสี่ยงบาปโดยที่ใจไม่ยินดีสักแต่ว่าทำเพราะความจำเป็น

มีสติคอยระลึกว่าวันหนึ่งถ้ามีโอกาสจะต้องไปให้พ้นจากอาชีพนี้ให้ได้วันหนึ่งจะเจอหนทางได้เอง

เป็นการยากที่ดารา

กรรม-อดีตชาติ บรรเทาได้?

อดีตชาติ เจ้ากรรมนายเวรมีจริงหรือไม่ บาปที่เคยทำแก้(บรรเทา)ได้จริงหรือ??  ..รู้แล้วมีประโยชน์อย่างไร.. "โปรดอ่านแล้วพิจารณาก่อนเชื่อ หรือปฏิเสธ"
ภพชาติมีจริง สิ่งมีจริงแต่เชื่อว่าไม่มี ถือเป็นมิจฉาทิฐิ จะบรรลุธรรมไม่ได้ (ผู้ไม่เชื่อว่าโอปปาติกะสัตว์ คือ เทวดา เปรต ฯ มีจริงถือเป็นมิจฉาทิฏฐิ - พระไตรปิฎก)  มีการพิสูจน์เชิงวิทยาศาสตร์ทางจิตมากมายจากทั่วโลก 
จนยอมรับว่า.. "การกลับชาติมาเกิดมีจริง" การพิสูจน์ที่เด่นสุดคือการเดินทางทั่วโลกของศ.เอียน สตีเวนสัน ซึ่งมีการทดสอบเป็นขั้นตอน จดบันทึกอย่างเป็นวิทยาศาสตร์ ล่าสุดทำเป็นสารคดีทางทีวีเผยแพร่ทั่วโลก

การเชื่อเรื่องแนวนี้ ต้องเชื่อแบบถูกต้องถึงเป็นประโยชน์ แต่หลายคนเชื่อแบบงมงายขาดเหตุผลจนตกเป็นเหยื่อให้กลุ่มคนหลอกลวง ซึ่งอาจมาในคราบผู้ทรงศีล หมอดู-ร่างทรง




"แก้กรรม" เป็นคำให้คนทั่วไปเข้าใจง่ายขึ้นเท่านั้น เพราะกรรมแก้ไม่ได้ (แต่บรรเทา-เลื่อนส่งผลได้)

ทำอะไรไว้จะส่งผลกลับเสมอ มาเมื่อไหร่ขึ้นอยู่กับน้ำหนักกรรม จังหวะ-โอกาส เราเกิดมานับชาติไม่ถ้วน ความดีชั่วที่ทำไว้มากมาย รอสลับให้ผลเกินคาดเดาได้ คนไม่ยอมเชื่อเรื่องกร…

พุทธวจน เรื่องพิธีกรรม

อสิพันธกปุตตสูตร-พระไตรปิฎก18 : แก่นสารสำคัญของศาสนาพุทธที่อยากให้ใส่ใจศึกษา และน้อมเข้าในใจ 
: พระผู้มีพระภาคตรัสว่า.. บุรุษในโลกนี้เป็นผู้ฆ่าสัตว์ลักทรัพย์ประพฤติผิดในกาม พูดเท็จ พูดส่อเสียด พูดคาหยาบ พูดเพ้อเจ้อ เพ่งเล็งอยากได้ของเขา มีจิตพยาบาท เป็นมิจฉาทิฏฐิ
หมู่มหาชนพึงมาประชุมแล้วสวดอ้อนวอน สวดสรรเสริญ ประนมมือเดินเวียนรอบบุรุษนั้นว่า ‘ขอบุรุษนี้หลังจากตายแล้วจงไปเกิดในสุคติโลกสวรรค์เถิด’ . 

ท่านเข้าใจความข้อนั้นว่าอย่างไร บุรุษนั้นหลังจากตายแล้วพึงไปเกิดในสุคติโลกสวรรค์เพราะการสวดอ้อนวอน เพราะการสวดสรรเสริญหรือเพราะการประนมมือเดินเวียนรอบแห่งหมู่มหาชนเป็นเหตุได้หรือ ? . 
เปรียบเหมือนบุรุษโยนก้อนหินใหญ่ลงในห้วงน้ำลึก หมู่มหาชนพึงมาประชุมแล้วสวดอ้อนวอน สวดสรรเสริญ ประนมมือเดินเวียนรอบก้อนหินใหญ่นั้นว่า ‘โผล่ขึ้นเถิด ลอยขึ้นเถิด พ่อก้อนหินใหญ่ ’ . 

ก้อนหินใหญ่นั้นพึงโผล่ขึ้น ลอยขึ้น หรือขึ้นบกเพราะการสวดอ้อนวอน เพราะการสวดสรรเสริญหรือเพราะการประนมมือเดินเวียนรอบแห่งหมู่มหาชนเป็นเหตุได้หรือ” 
อุปมานั้นฉันใดอุปไมยนี้ก็ฉันนั้นเหมือนกัน บุรุษคือคนใดเป็นผู้ฆ่าสัตว์ลักทรัพย์ ฯลฯ (อกุศลกรรมบ…

ธรรมทาน กับการค้าหนังสือ

ธรรมทาน กับ การค้าหนังสือ

ถ้าใคร่จะรู้ว่าต่างกันอย่างไร ลองแยกเล่มหนังสือออกดู จะเห็นว่า มีอยู่สองอย่าง คือ กระดาษที่ใช้พิมพ์ กับความรู้ หรือคุณสมบัติที่มีอยู่ในหนังสือเล่มนั้น


การค้าหนังสือ ย่อมหมายถึง การขายความรู้ ด้วยราคาตามต้องการ พร้อมทั้งการขายกระดาษ และแรงงานในการทำหนังสือนั้น ๆ อย่างคิดกำไร

ส่วนการธรรมทาน ย่อมไม่เป็นเช่นนั้น ความรู้นั้นให้เปล่าทีเดียว ส่วนกระดาษและค่าไปรษณีย์ หรือภาชนะที่ใส่ความรู้นั้น มักต้องขอคืน


เช่นเดียวกับภาชนะที่ใส่ข้าวใส่แกงไปถวายพระที่วัด. ขอคืน เพราะยังต้องใส่ไปถวายอีกหลายครั้ง! จนกว่าจะถึงครั้งที่สุด.

งานธรรมทาน มักถูกเหมาเป็นการค้าหนังสือไป  ขอจงพิจารณาดูด้วยดี ทั้งสองฝ่าย, จะได้เข้าใจกันดี, และร่วมมือกันได้


พุทธทาสภิกขุ

เจ้ากรรมนายเวร มีจริง??

รู้จัก..เจ้ากรรมนายเวร!!
สำหรับผู้สนใจพ้นทุกข์ อันดับแรกที่ควรใส่ใจคือ ต้องเปิดใจ เผื่อใจไว้รับข้อมูลใหม่ ๆ หลายแนวทาง ด้วยใจเป็นกลาง โดยไม่เอาทิฏฐิ ความเชื่อเดิมของตนมาเป็นกำแพงไว้ก่อน   

คนจำนวนมากใฝ่ดี แต่ลงเหว ก็เพราะการยึดมั่นในความเชื่อเดิมของตน   เจ้ากรรมนายเวร หากจะอธิบายให้เห็นภาพง่าย และเท่าที่มีหลักฐานในพระไตรปิฎก และไม่ขัดแย้งกับหลักของกฎแห่งกรรม อาจแบ่งได้เป็นสองประเภทดังนี้ 

เจ้ากรรมนายเวรที่คอยส่งผลให้ชีวิตของเรา  ประเภทแรกคือ..  หลักกฎแห่งกรรมที่ทำอะไรไว้จะมีผลสะท้อนกลับหาเราเสมอเหมือนเอามีดกรีดแขนก็ต้องเกิดแผลเจ็บปวด
วิทยาศาสตร์พิสูจน์ได้คร่าวๆว่าการพูดคิดทำดีส่งให้เกิดคลื่นพลังงานอย่างหนึ่งการพูดคิดทำชั่วส่งให้เกิดคลื่นพลังงานที่ตรงข้ามกันคลื่นพลังต่างกันจะต่อต้านกันพลังงานเหมือนกันจะดูดเข้าหากัน
คนมีน้ำใจเจอคนเห็นแก่ตัวจะรู้สึกขยะแขยงอย่างหาสาเหตุไม่ได้คนชั่วเจอคนดีจะรู้สึกไม่เร้าใจไม่น่าคบเป็นแฟนเด็กหลังห้องจะหมั่นไส้เด็กหน้าห้องพนักงานเลวจะหมั่นไส้คอยกลั่นแกล้งพนักงานดีที่ขยันเกินหน้า
พลังงานจากจิตผลักและดึงคนที่สันดานเหมาะกับเรามาวนเวียนในชีวิตแฟนหรือเพื่อนแค่คนเดียวอา…

กรรม-เหล้า ยาเสพติด

การปฏิบัติธรรม-การฝึกตนในหลายด้าน  มักไม่ได้ผลกับคนทั่วไปในวงกว้างเพราะเน้นหักดิบหรือบังคับตนเกินพอดีซึ่งนั่นเหมาะกับคนมีปัญญากล้าหรือมีความพร้อมถึงระดับแล้ว
แต่สำหรับคนที่ฐานจิตยังไม่มั่นคงจะเป็นเรื่องยากเกินเอื้อมถึงจนถอดใจและแม้ทำได้อาจเพียงกดข่มชั่วคราวเหมือนหินทับหญ้ายกหินออกก็งอกใหม่ได้
คนส่วนใหญ่รู้ดีว่ากินเหล้าผิดศีลห้าแต่มักตัดใจได้ยากและมีข้ออ้างสารพัดเพื่อจะไม่เลิก

การจะหลุดจากสิ่งไม่ดีที่ย้อมจิตให้ลุ่มหลงติดใจวิธีที่น่าจะทำได้จริงกับคนทั่วไปมากกว่าคือ.. พยายามสะสมข้อมูลเรียนรู้ให้เข้าใจทีละขั้นในขณะที่ยังอยู่กับมัน

ไม่ใช่การวิ่งหนีหรือบังคับให้ตัดขาดทันทีการแนะนำให้คนเลิกเหล้าหรือยาเสพติดอย่าเริ่มต้นด้วยการทำให้เขารู้สึกว่าสิ่งที่ทำมันเลวเป็นบาปร้ายแรง
หรือต้องให้ละทิ้งสิ่งที่ลุ่มหลงมานานในทันทีเพราะมันทำให้จิตต่อต้านและไม่เปิดใจรับ

มนุษย์จะละกิเลสแต่ละด้านได้ต้องมีสิ่งดีกว่าเข้ามาแทนให้จิตได้สัมผัสทีละลำดับขั้น

ครูอาจารย์สอนไว้ว่า..  การรักษาศีลเอาที่ทำได้แน่แค่ข้อเดียวก่อนก็ได้สำหรับคนพึ่งเริ่มต้นไม่ต้องพยายามเป็นคนดีให้ได้ทันทีไม่ต้องบังคับฝืนตนจนเกินพอดี
พอศีลบริสุทธิ์ซักข้อจิ…

บุญ ปีชง ร่างทรง ดวง กรรม

"ทำบุญ" คือทำในสิ่งที่ส่งให้จิตเป็นกุศล และเกิดประโยชน์  "บุญ" คนส่วนใหญ่นึกถึงแค่การบริจาคเงิน จึงทุ่มทุนซื้อบุญกันอย่างหน้ามืด ซึ่งแค่การวางจิต(หรือเจตนา)ต่างกันแม้บริจาคเท่ากันก็ได้ผลต่างกันมากการให้ทานเป็นบุญระดับต้นเท่านั้น
ทำบุญแต่ละด้านมีผลต่างกัน ถ้าเน้นทำบุญบรรเทากรรม ต้องเข้าใจและทำให้ตรงด้านเหมือนต้องรู้ว่าสารแต่ละอย่างมีอะไรเป็นตัวเสริมหรือต้านฤทธิ์ของมันสารพัดวิธีงมงายในหนังสือ ทีวี และแม้แต่ในวัดที่หลอกคนให้เสียเงิน แก้กรรม แก้ปีชง ฯลฯ

ศาสนาพุทธแท้ ปฏิเสธเรื่องปีชง เรื่องดวงดาวนะครับ มีคำพระบอกไว้ว่า  "คนเขลามักคำนวนดวงดาวอยู่" และปีอะไรก็ไม่มีผลกับเรา มีแต่ปีไหนกรรมชั่วมันมากกว่ากรรมดีแล้วถึงเวลาให้ผลเท่านั้นเอง
: สำหรับบางคนอาจไม่หลอกแต่เพราะเชื่อแบบนั้นจริง ๆคนทำสมาธิถึงจุดแล้วเห็นผีเห็นกรรมได้จริง แต่ที่เห็นอาจไม่ใช่ของจริงทั้งหมดตราบใดไม่เจริญสติถูกทาง จิตไม่สะอาดจริง ยังเห็นจิตเป็นเรา ยังแยกจิตผู้รู้ออกมาไม่ได้ ฯลฯ   (การดูดวงดาวเป็นสถิติเท่านั้น)

พลังสมาธิบวกจิตที่ยังมีกิเลส (โมหะ)  จะสร้างภาพหลอกแนบเนียนจนเชื่อสนิทเคยมีข้อมูลเดิมฝังใจแต่…