Skip to main content

เจ้ากรรมนายเวร มีจริง??

รู้จัก..เจ้ากรรมนายเวร!!

สำหรับผู้สนใจพ้นทุกข์ อันดับแรกที่ควรใส่ใจคือ ต้องเปิดใจ เผื่อใจไว้รับข้อมูลใหม่ ๆ หลายแนวทาง ด้วยใจเป็นกลาง โดยไม่เอาทิฏฐิ ความเชื่อเดิมของตนมาเป็นกำแพงไว้ก่อน   

คนจำนวนมากใฝ่ดี แต่ลงเหว ก็เพราะการยึดมั่นในความเชื่อเดิมของตน   เจ้ากรรมนายเวร หากจะอธิบายให้เห็นภาพง่าย และเท่าที่มีหลักฐานในพระไตรปิฎก และไม่ขัดแย้งกับหลักของกฎแห่งกรรม อาจแบ่งได้เป็นสองประเภทดังนี้ 


เจ้ากรรมนายเวรที่คอยส่งผลให้ชีวิตของเรา  ประเภทแรกคือ
..  หลักกฎแห่งกรรมที่ทำอะไรไว้จะมีผลสะท้อนกลับหาเราเสมอ   เหมือนเอามีดกรีดแขน  ก็ต้องเกิดแผลเจ็บปวด  

วิทยาศาสตร์พิสูจน์ได้คร่าว  ว่าการพูดคิดทำดี ส่งให้เกิดคลื่นพลังงานอย่างหนึ่ง การพูดคิดทำชั่ว ส่งให้เกิดคลื่นพลังงานที่ตรงข้ามกัน     คลื่นพลังต่างกันจะต่อต้านกัน พลังงานเหมือนกันจะดูดเข้าหากัน
  
คนมีน้ำใจเจอคนเห็นแก่ตัวจะรู้สึกขยะแขยงอย่างหาสาเหตุไม่ได้  คนชั่วเจอคนดีจะรู้สึกไม่เร้าใจไม่น่าคบเป็นแฟน   เด็กหลังห้องจะหมั่นไส้เด็กหน้าห้อง  พนักงานเลวจะหมั่นไส้คอยกลั่นแกล้งพนักงานดีที่ขยันเกินหน้า  

พลังงานจากจิตผลักและดึงคนที่สันดานเหมาะกับเรามาวนเวียนในชีวิต แฟนหรือเพื่อนแค่คนเดียวอาจทำชีวิตเราล่มจมหรือเจริญขึ้นได้อย่างไม่น่าเชื่อ
  

นี่จึงเป็นข้อแรกของมงคลสูตรคือ.. “อย่าคบคนพาลซึ่งบทมงคลสูตรที่ให้เอามาท่องกันต้องท่องและแปลให้ได้และเอามาปฏิบัติตาม ไม่ใช่ท่องเป็นนกแก้วนกขุนทองท่อง เป็นภาษาบาลีที่แปลไม่ออกและคิดว่าท่อง 108 จบ  แล้วจะโชคดี  

ถ้าแปลออกจะเข้าใจว่า มงคลสูตรข้อแรกคือ.. อย่าคบคนพาล  ซึ่งคนพาลไม่ใช่คนเลวอย่างเดียวแต่หมายถึงคนโง่ด้วย  เพราะคนโง่ต่อให้ขยันและเป็นคนดี ก็อาจทำความเสียหายได้มากกว่าที่คิด 

เช่น.. ทำงานผิดพลาดใหญ่จนแก้ไขยาก (ไม่ทำซะดีกว่า)  อาสาขับรถไปส่ง อาจพาไปตายยกครอบครัว  เราเมตตาคนโง่และคนพาลได้ แต่ไม่ควรใกล้ชิดหรือคบค้าสมาคม
  
   
มีเพื่อนไม่ดีสู้ไม่มีเลยซะดีกว่า ขึ้นคานยังดีกว่ามีแฟนไม่ดี ทำงานคนเดียวแม้เหนื่อยแต่ยังดีกว่าใช้คนโง่ให้ช่วยงาน ที่อาจต้องเหนื่อยกว่าเดิมหลายเท่า จากการตามแก้ไขปัญหาที่เกิดจากคนพวกนี้  

ครูบาอาจารย์สอนไว้ว่า คนโง่ที่ขยันอาจทำประเทศชาติฉิบหายได้อย่างน่ากลัว สารพัดโครงการโง่   ที่เราก็เห็นว่าหลายรัฐบาล หลายหน่วยงาน ทำชาติเสียหายไปเท่าไหร่ ?



         คนที่ประสบความสำเร็จทางธุรกิจล้วนได้โอกาสดี   จากผู้ใหญ่ที่เมตตา จากเพื่อนเก่าและคนรอบข้าง  ได้กำลังใจและแนวคิดดีจากคนรักและครอบครัว  ได้ความจงรักภักดีจากพนักงานที่ทุ่มเททำงานให้เต็มที่ 

กระแสจิตที่ดีทำให้เป็นที่เมตตาของคนดีได้ง่าย ลูกค้าและผู้ใหญ่ให้ความไว้วางใจ เมื่อเจอคนไม่ดี จะรู้สึกได้ทันทีว่าไม่น่าคบหา ไม่น่าค้าขายทำธุรกิจด้วย
 
ความรุ่งเรืองของชีวิตที่มั่นคงล้วนมาจากคนรอบข้างที่ดีทั้งนั้น นี่คือกฎแห่งกรรมในแง่คลื่นพลังงานที่ทุกคนสัมผัสได้ในชีวิตจริง  



อย่าหลงประเด็นที่เห็นคนได้ดีเพราะทำชั่วหรือธุรกิจบาป เพราะเราอาจไม่รู้ว่า เบื้องหลังที่มีพร้อมทุกอย่าง เต็มไปด้วยเรื่องปวดหัวปวดใจเข้ามาทุกวันมากแค่ไหน หรือไม่ก็ทำให้ลุ่มหลงมัวเมาในกามและสุขจอมปลอมจนถอนตัวไม่ขึ้นอย่างไร

บางทีเพราะผลจากกรรมชั่วที่เคยทำ  ส่งให้คิดชั่วได้ง่าย เจริญในด้านชั่ว  สะสมบาปติดตัวได้มากกว่าคนอื่น  จะเห็นผลลัพธ์เต็มที่อาจต้องรอดูหลังตาย คือความลำบากน่าสมเพชหลังเกิดใหม่เป็นผีอดอยาก หรือ เดรัจฉานน่าสังเวช อดอยาก ผอมโซ โดนทำร้ายให้น่าสงสารในภพหน้า  



หมายเหตุ :  คนบางคนทำชั่วแล้วรวย  เพราะอดีตอาจเคยทำดีมามาก เช่น การบริจาคช่วยเหลือคนไว้มาก  แต่ไม่ได้ทำบุญด้านปัญญา    บุญส่งผลให้มีอำนาจ มีเงิน  มีโอกาส ในการโกง ในการทำชั่วได้มากกว่าเดิม  

แม้แต่เคยรักษาศีลมาดี จึงเกิดมาหล่อสวย  แต่เพราะขาดปัญญา   เกิดใหม่จึงใช้ความสวยหล่อไปทำเรื่องชั่ว หลอกลวงทำร้ายคน สร้างบาปได้มาก ได้ง่ายขึ้น  ดังนั้นการให้ธรรมะ จึงชนะการให้ทั้งปวง ดังพระพุทธองค์ตรัสไว้   

"ปัญญา"(ทางธรรม) เกิดได้ด้วยการอบรมกาย อบรมจิตตนเป็นหลักด้วยนะครับ  แต่การให้ธรรมเป็นบุญเสริมส่งกัน ทำให้เอื้อต่อการเกิดมาเป็นสัมมาทิฏฐิ

  

         เจ้ากรรมนายเวรแบบที่สอง..เป็นตัวตนมีอยู่จริงทั้งผีและคน  หากมองโลกหลังความตายเป็นเหมือนสิ่งมีชีวิตต่างสายพันธ์ที่อยู่ร่วมกับเรา ต่างกันแค่เขาไม่มีกายหยาบเท่านั้น    แต่ความรู้สึกและสภาพสังคมยังมีอะไรคล้ายกัน 

จิตใจคนตายแต่ละคนยังเป็นคนเดิม   หากสงสัยว่าใครตั้งกฎในนรกสวรรค์    ต้องถามกลับว่า ใครตั้งกฎบนโลกนี้??  โลกมีตำรวจ นรกก็มีนายนิรยบาล  เมื่อมีประชากรก็ต้องมีคนมีศักยภาพพอจะเป็นหัวหน้าควบคุมดูแลอีกทีเพื่อความเรียบร้อยในการอยู่ร่วมกัน  

ซึ่งมันซับซ้อนเกินกว่าคนไม่ปฏิบัติธรรม ไม่ศึกษาให้ละเอียดจะเข้าใจได้ครบถ้วน  (ดังนั้นจึงต้องศึกษา และเปิดใจรับข้อมูลทุกด้าน)


การตามทวงหนี้กรรมจากวิญญาณอาฆาต มีตัวอย่างในพระไตรปิฎก หญิงโสเภณีถูกฆ่าตายผูกใจเจ็บ กลายเป็นผีร้ายรอล้างแค้นมานานหลายชาติ เธอตามแก้แค้นด้วยใจที่ทรมาณในสภาพผีร้าย ในที่สุดสบโอกาสเข้าสิงแม่โคไปขวิดท่านพาหิยะตายขณะพึ่งบรรลุอรหันต์  

ขนาดระดับพระอรหันต์ ยังมีเจ้ากรรมนายเวรเป็นผีร้ายตามมา พวกเราจะเหลืออะไร ดังนั้นทำความดีให้ถูกทางอาจบรรเทา หรือเลื่อนเวลาให้ผลออกไปได้



          บางคนสงสัยว่า..  ทำไมผีที่ถูกฆ่าตายถึงไม่ตามไปล้างแค้นให้หมด ?ความจริงคือผีไม่ต่างกับคน  ในโลกนี้หากเราทำร้ายคนสิบคน จะมีบางคนให้อภัยไม่เอาเรื่อง   และบางคนคิดตอบโต้หาทางเอาคืน  

หากเรารวยมีอำนาจ   คนธรรมดาคงแก้แค้นได้ยาก   คล้ายนักการเมืองโกง ทุกคนรู้แต่ทำอะไรไม่ได้   แค่สาปแช่งและต้องรอให้หมดอำนาจก่อน ถึงจะจัดการทำอะไรได้

เช่นเดียวกัน ถ้าหากเรามีบุญมาก แม้เจ้ากรรมนายเวรเก่าของเราที่เป็นผีอยากทำร้ายเราแค่ไหน แต่ด้วยกรรมดีของเรา จะขวางเขาไม่ให้มีโอกาสทำร้าย 


ส่วนกรณีท่านพาหิยะที่เพิ่งบรรลุอรหันต์ นั่นคือชาติสุดท้ายของท่าน โอกาสที่จะแก้แค้นไม่มีแล้ว กฎแห่งกรรมจึงเปิดโอกาสให้แก้แค้นครั้งสุดท้ายได้ ซึ่งท่านไม่มีความเจ็บปวดหรือทรมาณทุกข์ใจ เพราะสำเร็จอรหันต์แล้ว 

ไม่ต้องกลัวว่าเราจะทรมาณโดนแก้แค้นตอนเป็นอรหันต์ เพราะเมื่อเข้าถึงสภาพนั้น ความทุกข์เข้าถึงใจไมได้แน่  ถึงเวลานั้นใครจะแก้แค้นก็รับไปเถอะ ไม่ทุกข์หรอก 



คนตายแล้วเกิดเป็นอะไรอยู่ที่จิตสุดท้าย หากให้อภัยไม่โกรธ จิตผ่องใสจะไปเกิดเป็นเทวดามีความสุข จึงไม่เห็นประโยชน์ในการตามล้างแค้น ปล่อยให้กฎแห่งกรรมจัดการเองดีกว่า  

ก่อนตายหากแค้นเคืองจิตเศร้าหมอง แถมบาปเก่าเยอะก็ลงนรกทันที จึงไม่มีโอกาสตามล้างแค้น  เมื่อหมดกรรมในนรกแล้วจิตยังอาฆาต อาจได้กำเนิดใหม่เป็นวิญญาณร้าย ตามจองเวรอีกหลายชาติต่อมา

  
หรือสุดท้ายถ้าได้เกิดเป็นคน อาจมาเกิดเป็นลูก (ชั่ว) เป็นคู่แข่งทางธุรกิจ เป็นพนักงานขี้โกง  ได้เกิดมามีโอกาสทำร้ายคืน วนเวียนทำร้ายกันไปไม่จบสิ้น เคยถูกเขาฆ่าจะมีโอกาสได้ฆ่าเขาคืนบ้าง  

เคยถูกข่มขืนจะมีโอกาสข่มขืนคืนบ้างแก้แค้นเสร็จหลังตายก็ไปนรก หมดกรรมได้เกิดใหม่อีกที เพื่อให้เขาทำร้ายคืนบ้าง  ผลัดกันเปลี่ยนบทบาทเป็นโจรผู้โหดเหี้ยม และเป็นคนหรือสัตว์โชคร้ายที่น่าสงสาร  เป็นวงเวียนกรรมไม่จบสิ้น 

 
         เหตุนี้หลายศาสนาถึงเน้นเรื่องเมตตาให้อภัย ไม่ตอบโต้ ไม่ให้โกรธคนทำไม่ดี  ให้ศรัทธาพระเจ้าหรือกฎแห่งกรรม ที่จะลงโทษคนชั่วให้เองอย่างสาสม


ต้องแยกแยะว่าใจไม่โกรธให้อภัย ไม่ได้หมายถึงต้องปล่อยคนชั่วลอยนวล.   การฟ้องร้องลงโทษคนผิดตามกฎหมาย เป็นสิ่งพึงทำตามปกติ  อย่าลืมว่า.. ควรให้โอกาสคนหลงผิดได้แก้ตัวอย่างเหมาะสมด้วย



(อ่านบทความอื่น)
(โทรศัพท์:กดที่  =  มุมขวาบนสุด)

Popular posts from this blog

ที่อยู่เรือนจำทั่วประเทศ เพื่อส่งสื่อคุณธรรมบริจาค

สร้างคนด้วยธรรมมีค่าและได้ประโยชน์ ครูบาอาจารย์สอนไว้ว่า  การทำให้คนที่สกปรกได้เนื้อตัวสะอาดนั้นมีค่ายิ่ง กว่าการทำให้คนที่สะอาดอยู่แล้วหอมขึ้น   มาส่งหนังสือดี ๆ  ให้ห้องสมุดเรือนจำทั่วประเทศ เป็นการทำบุญด้านมหาธรรมทาน ที่มีอานิสงส์แรงกล้าอีกด้านหนึ่ง  ที่มีโอกาสก็ควรทำนะครับ

รายชื่อที่อยู่เรือนจำทั่วประเทศ ผมรวบรวมมาใหม่ หลังจากเคยจัดทำสื่อธรรมส่งให้ทั่วประเทศมาแล้ว แต่มีตีคืนหลายแห่ง  อันนี้ได้มาใหม่ ก็ไม่แน่ใจว่าถูกทั้งหมดหรือเปล่า แต่ก็น่าจะโอเค  

เพราะชื่อสถานที่ หากที่อยู่พลาด แล้วไปรษณีย์ไม่งี่เง่า  เขาก็จะฉลาดพอที่จะส่งให้เองได้   คือคนดี  ๆ  ที่ทำงานโดยตรง เขาก็จะรู้นะว่า  สถานที่นี้มันอยู่ตรงไหน จะเขียนที่อยู่ผิด เขาก็ไปส่งให้ได้


เคยคุยกับคนที่ติดคุกมานาน เขาบอกหนังสือจำเป็นมาก และยังต้องการอีกมาก หากใครอ่านแล้วก็ส่งไปบริจาคกันนะครับ  ในคุกถ้าจัดการดี ๆ  เป็นสถานที่ปฏิบัติธรรมได้เลย เพราะมันไม่ต้องห่วงอนาคต ไม่ต้องคำนึงอดีต  และมีเวลาศึกษาเยอะมากครับ    (เสียดายเวลาแทน) 


อย่าลืมว่า ธรรมะระดับสูงจะไม่เหมาะกับคนที่มาใหม่ โดยเฉพาะคนห่างไกลศาสนา หรือไม่เคยสนใจ  


ดังนั้นเรื่องที…

วิธีทำบุญบรรเทากรรม บทนำ

“ทำบุญบรรเทากรรม” 
ทำไมทำดีมากมาย แต่ชีวิตยังมีแต่ปัญหา?? เรียนรู้เพื่อชีวิตที่เจริญขึ้นทั้งทางโลกและทางธรรม.. "ในชาตินี้"
 :แก้กรรมได้จริงหรือ??  :หลักสำคัญเพื่อบรรเทากรรม  :เสริมดวงเบากรรมให้ตนเอง  :กรรมกับความรัก  :กรรมด้านวาจา  :กรรมสับสนทางเพศ  :กรรม:ยาเสพติด-วิธีเลิก  :โปรแกรมจิตเลิกบุหรี่  :สรุปวิธีทำบุญบรรเทากรรม
 “แก้กรรม” เป็นคำเพื่อให้เข้าใจง่าย แต่ความจริงเป็นอย่างไร อ่านก่อนค่อยเชื่อหรือปฏิเสธ อาจไม่ใช่อย่างที่คุณคิด!! เรียบเรียงโดย : อริยคุณ พุทธะธรรม

ศึกษาธรรมะ คือ.. ศึกษาความจริงความจริง..ทำให้เห็นทางที่เกิดประโยชน์สูงสุด     "ทุกข์".. เกิดเพราะไม่เข้าใจความจริงทำบุญเหมือนปลูกต้นไม้ ย่อมได้ผลตามสิ่งที่ปลูก

ผลบุญแต่ละด้าน มีอานิสงส์ต่างกัน ให้ผลต่างเวลากัน

พุทธคาถา เพื่อพ้นทุกข์

ขอยก.. "พุทธคาถา" สั้น ๆ มาแบ่งปัน ว่าด้วยหลักการปฏิบัติธรรม ที่ควรนำมาท่องจำใส่ใจ แล้วนำไปปฏิบัติ 
คาถานี้ควรท่องบ่อย ๆ มีบุญอานิสงส์มากกว่า ท่องคาถาที่แปลไม่ออก แล้วคิดว่าขลัง จะโชคดี ซึ่งเป็นมิจฉาทิฎฐิที่ชาวพุทธจำนวนมากยังสอนและทำกัน

พุทธคาถา จากพระไตรปิฎก เล่ม 18


..... บุคคลเห็นรูปที่น่าชอบใจหรือเห็นรูปที่ไม่น่าชอบใจแล้ว พึงบรรเทาทางของราคะในรูปที่น่าชอบใจ (รู้เท่าทันราคะ ความชอบ ความรัก ความอยากได้ที่เกิดในใจ) และไม่พึงเสียใจว่า ‘รูปของเราไม่น่ารัก’  

[* รูป = สิ่งที่รู้ได้ด้วย ตา หู จมูก ลิ้น กาย  เช่น.. ร่างกาย คน สัตว์ สิ่งของ  :||:   นาม = สิ่งที่รู้ได้ด้วยใจ  เช่น.. เวทนา (สุข-ทุกข์) ,สัญญา (ความจำได้หมายรู้) ฯ] 

ได้ยินเสียงที่น่ารักและไม่น่ารักแล้ว ไม่พึงกระหายในเสียงที่น่ารัก และพึงบรรเทาความไม่ชอบใจในเสียงที่ไม่น่ารัก และไม่พึงเสียใจว่า ‘เสียงของเราไม่น่ารัก’


ได้ดมกลิ่นหอมที่น่าชอบใจ และได้ดมกลิ่นเหม็นที่ไม่น่าชอบใจแล้ว พึงบรรเทาความหงุดหงิดในกลิ่นที่ไม่น่าชอบใจ และไม่พึงพอใจในกลิ่นที่น่าชอบใจ


ได้ลิ้มรสที่ไม่อร่อยและอร่อย และลิ้มรสที่ไม่อร่อยในบางคราวแล้ว ไม่พึงติดใจลิ…

กรรม-อดีตชาติ บรรเทาได้?

อดีตชาติ เจ้ากรรมนายเวรมีจริงหรือไม่ บาปที่เคยทำแก้(บรรเทา)ได้จริงหรือ??  ..รู้แล้วมีประโยชน์อย่างไร.. "โปรดอ่านแล้วพิจารณาก่อนเชื่อ หรือปฏิเสธ"
ภพชาติมีจริง สิ่งมีจริงแต่เชื่อว่าไม่มี ถือเป็นมิจฉาทิฐิ จะบรรลุธรรมไม่ได้ (ผู้ไม่เชื่อว่าโอปปาติกะสัตว์ คือ เทวดา เปรต ฯ มีจริงถือเป็นมิจฉาทิฏฐิ - พระไตรปิฎก)  มีการพิสูจน์เชิงวิทยาศาสตร์ทางจิตมากมายจากทั่วโลก 
จนยอมรับว่า.. "การกลับชาติมาเกิดมีจริง" การพิสูจน์ที่เด่นสุดคือการเดินทางทั่วโลกของศ.เอียน สตีเวนสัน ซึ่งมีการทดสอบเป็นขั้นตอน จดบันทึกอย่างเป็นวิทยาศาสตร์ ล่าสุดทำเป็นสารคดีทางทีวีเผยแพร่ทั่วโลก

การเชื่อเรื่องแนวนี้ ต้องเชื่อแบบถูกต้องถึงเป็นประโยชน์ แต่หลายคนเชื่อแบบงมงายขาดเหตุผลจนตกเป็นเหยื่อให้กลุ่มคนหลอกลวง ซึ่งอาจมาในคราบผู้ทรงศีล หมอดู-ร่างทรง




"แก้กรรม" เป็นคำให้คนทั่วไปเข้าใจง่ายขึ้นเท่านั้น เพราะกรรมแก้ไม่ได้ (แต่บรรเทา-เลื่อนส่งผลได้)

ทำอะไรไว้จะส่งผลกลับเสมอ มาเมื่อไหร่ขึ้นอยู่กับน้ำหนักกรรม จังหวะ-โอกาส เราเกิดมานับชาติไม่ถ้วน ความดีชั่วที่ทำไว้มากมาย รอสลับให้ผลเกินคาดเดาได้ คนไม่ยอมเชื่อเรื่องกร…

ดารา งานบันเทิง กับผลกรรม

ข้อความจากพระไตรปิฎก เล่ม 18 : เรื่องกรรมของดารานักแสดง ซึ่งในปัจจุบัน สามารถรวมถึงงานบันเทิงทุกด้านแม้แต่เว็บไซต์  กดฟังได้จากยูทูปก่อนนะครับ ก่อนอ่านด้านล่าง


ทำอะไรมีผลกับใจผู้อื่นไว้แค่ไหนจะเป็นพลังงานส่งกลับมาหาเราเสมอให้ความสุขจอมปลอมก็จะได้ความสุขจอมปลอมกลับมา
การหัวเราะ การชื่นชอบการร่าเริงในกิเลสในเรื่องไม่จริงเป็นโมหะ (ความหลง) ความชอบคือราคะความขัดใจแม้ความสงสารคือโทสะกิเลสสามกองที่ดารานักร้องสื่อแม้แต่เว็บไซต์ที่มอมเมา

กล่อมจิตคนจำนวนมากให้เกิดกิเลสอันเป็นเหตุให้ทุกข์และสืบต่อเป็นการลงอบายภูมิจึงควรพิจารณาไม่มีอาชีพอะไรไม่มีบาปเลยยกเว้น.. การบวชที่ปฏิบัติได้เคร่งครัดถูกต้องตามวินัย

แม้จะทำอาชีพเสี่ยงบาป(หนัก)  แต่เราสามารถเสริมบุญให้ตัวเองได้ด้วยการทำบุญในด้านที่ส่งเสริมและคานอำนาจผลกรรมนั้นๆได้เช่น. การส่งเสริมการเผยแผ่ธรรมะ(ที่ถูกต้อง) เป็นประจำรักษาศีล

เจริญสติให้เห็นสัจธรรมให้ได้และที่สำคัญคือเจตนาหากทำอาชีพเสี่ยงบาปโดยที่ใจไม่ยินดีสักแต่ว่าทำเพราะความจำเป็น

มีสติคอยระลึกว่าวันหนึ่งถ้ามีโอกาสจะต้องไปให้พ้นจากอาชีพนี้ให้ได้วันหนึ่งจะเจอหนทางได้เอง

เป็นการยากที่ดารา

บุญ ปีชง ร่างทรง ดวง กรรม

"ทำบุญ" คือทำในสิ่งที่ส่งให้จิตเป็นกุศล และเกิดประโยชน์  "บุญ" คนส่วนใหญ่นึกถึงแค่การบริจาคเงิน จึงทุ่มทุนซื้อบุญกันอย่างหน้ามืด ซึ่งแค่การวางจิต(หรือเจตนา)ต่างกันแม้บริจาคเท่ากันก็ได้ผลต่างกันมากการให้ทานเป็นบุญระดับต้นเท่านั้น
ทำบุญแต่ละด้านมีผลต่างกัน ถ้าเน้นทำบุญบรรเทากรรม ต้องเข้าใจและทำให้ตรงด้านเหมือนต้องรู้ว่าสารแต่ละอย่างมีอะไรเป็นตัวเสริมหรือต้านฤทธิ์ของมันสารพัดวิธีงมงายในหนังสือ ทีวี และแม้แต่ในวัดที่หลอกคนให้เสียเงิน แก้กรรม แก้ปีชง ฯลฯ

ศาสนาพุทธแท้ ปฏิเสธเรื่องปีชง เรื่องดวงดาวนะครับ มีคำพระบอกไว้ว่า  "คนเขลามักคำนวนดวงดาวอยู่" และปีอะไรก็ไม่มีผลกับเรา มีแต่ปีไหนกรรมชั่วมันมากกว่ากรรมดีแล้วถึงเวลาให้ผลเท่านั้นเอง
: สำหรับบางคนอาจไม่หลอกแต่เพราะเชื่อแบบนั้นจริง ๆคนทำสมาธิถึงจุดแล้วเห็นผีเห็นกรรมได้จริง แต่ที่เห็นอาจไม่ใช่ของจริงทั้งหมดตราบใดไม่เจริญสติถูกทาง จิตไม่สะอาดจริง ยังเห็นจิตเป็นเรา ยังแยกจิตผู้รู้ออกมาไม่ได้ ฯลฯ   (การดูดวงดาวเป็นสถิติเท่านั้น)

พลังสมาธิบวกจิตที่ยังมีกิเลส (โมหะ)  จะสร้างภาพหลอกแนบเนียนจนเชื่อสนิทเคยมีข้อมูลเดิมฝังใจแต่…

กรรม-เหล้า ยาเสพติด

การปฏิบัติธรรม-การฝึกตนในหลายด้าน  มักไม่ได้ผลกับคนทั่วไปในวงกว้างเพราะเน้นหักดิบหรือบังคับตนเกินพอดีซึ่งนั่นเหมาะกับคนมีปัญญากล้าหรือมีความพร้อมถึงระดับแล้ว
แต่สำหรับคนที่ฐานจิตยังไม่มั่นคงจะเป็นเรื่องยากเกินเอื้อมถึงจนถอดใจและแม้ทำได้อาจเพียงกดข่มชั่วคราวเหมือนหินทับหญ้ายกหินออกก็งอกใหม่ได้
คนส่วนใหญ่รู้ดีว่ากินเหล้าผิดศีลห้าแต่มักตัดใจได้ยากและมีข้ออ้างสารพัดเพื่อจะไม่เลิก

การจะหลุดจากสิ่งไม่ดีที่ย้อมจิตให้ลุ่มหลงติดใจวิธีที่น่าจะทำได้จริงกับคนทั่วไปมากกว่าคือ.. พยายามสะสมข้อมูลเรียนรู้ให้เข้าใจทีละขั้นในขณะที่ยังอยู่กับมัน

ไม่ใช่การวิ่งหนีหรือบังคับให้ตัดขาดทันทีการแนะนำให้คนเลิกเหล้าหรือยาเสพติดอย่าเริ่มต้นด้วยการทำให้เขารู้สึกว่าสิ่งที่ทำมันเลวเป็นบาปร้ายแรง
หรือต้องให้ละทิ้งสิ่งที่ลุ่มหลงมานานในทันทีเพราะมันทำให้จิตต่อต้านและไม่เปิดใจรับ

มนุษย์จะละกิเลสแต่ละด้านได้ต้องมีสิ่งดีกว่าเข้ามาแทนให้จิตได้สัมผัสทีละลำดับขั้น

ครูอาจารย์สอนไว้ว่า..  การรักษาศีลเอาที่ทำได้แน่แค่ข้อเดียวก่อนก็ได้สำหรับคนพึ่งเริ่มต้นไม่ต้องพยายามเป็นคนดีให้ได้ทันทีไม่ต้องบังคับฝืนตนจนเกินพอดี
พอศีลบริสุทธิ์ซักข้อจิ…

พุทธวจน เรื่องพิธีกรรม

อสิพันธกปุตตสูตร-พระไตรปิฎก18 : แก่นสารสำคัญของศาสนาพุทธที่อยากให้ใส่ใจศึกษา และน้อมเข้าในใจ 
: พระผู้มีพระภาคตรัสว่า.. บุรุษในโลกนี้เป็นผู้ฆ่าสัตว์ลักทรัพย์ประพฤติผิดในกาม พูดเท็จ พูดส่อเสียด พูดคาหยาบ พูดเพ้อเจ้อ เพ่งเล็งอยากได้ของเขา มีจิตพยาบาท เป็นมิจฉาทิฏฐิ
หมู่มหาชนพึงมาประชุมแล้วสวดอ้อนวอน สวดสรรเสริญ ประนมมือเดินเวียนรอบบุรุษนั้นว่า ‘ขอบุรุษนี้หลังจากตายแล้วจงไปเกิดในสุคติโลกสวรรค์เถิด’ . 

ท่านเข้าใจความข้อนั้นว่าอย่างไร บุรุษนั้นหลังจากตายแล้วพึงไปเกิดในสุคติโลกสวรรค์เพราะการสวดอ้อนวอน เพราะการสวดสรรเสริญหรือเพราะการประนมมือเดินเวียนรอบแห่งหมู่มหาชนเป็นเหตุได้หรือ ? . 
เปรียบเหมือนบุรุษโยนก้อนหินใหญ่ลงในห้วงน้ำลึก หมู่มหาชนพึงมาประชุมแล้วสวดอ้อนวอน สวดสรรเสริญ ประนมมือเดินเวียนรอบก้อนหินใหญ่นั้นว่า ‘โผล่ขึ้นเถิด ลอยขึ้นเถิด พ่อก้อนหินใหญ่ ’ . 

ก้อนหินใหญ่นั้นพึงโผล่ขึ้น ลอยขึ้น หรือขึ้นบกเพราะการสวดอ้อนวอน เพราะการสวดสรรเสริญหรือเพราะการประนมมือเดินเวียนรอบแห่งหมู่มหาชนเป็นเหตุได้หรือ” 
อุปมานั้นฉันใดอุปไมยนี้ก็ฉันนั้นเหมือนกัน บุรุษคือคนใดเป็นผู้ฆ่าสัตว์ลักทรัพย์ ฯลฯ (อกุศลกรรมบ…

พลังกรรม เปลี่ยนชะตาชีวิต

กรรมคือ.. การกระทำ

ทำดี พูดดี คิดดี  เรียกว่า กรรมดีทางกาย วาจา ใจ   :  ทำชั่ว พูดชั่ว คิดชั่ว  เรียกว่า.. กรรมชั่ว ที่ทำทางกาย วาจา ใจ   แต่คนส่วนใหญ่มักเข้าใจผิด พอพูดถึงกรรม ก็จะนึกถึงการทำบาป ทำชั่ว   จึงควรทำความเข้าใจความหมายของคำว่า.. "กรรม"
หลักกรรม-พลังงานจากกรรมจะพยายามรักษาให้อยู่เส้นทางเดิมเสมอพลังกรรมแบบไหนเยอะกว่าไม่ว่าดีหรือชั่วเส้นทางกรรมนั้นจะเป็นใหญ่ในชีวิตเราได้ง่าย
มีพลังงานชั่วในตัวเยอะจะทำชั่วได้ง่ายทำบาปขึ้นเป็นที่ชื่นชอบของคนชั่วทำความดียากมีอุปสรรคขัดขวางทุกครั้งที่ตั้งใจทำดีคิดจะรักษาศีลไม่ฆ่าสัตว์จะมียุงมากัดเยอะพิเศษ
คิดไม่ด่าใครจะมีคนทำให้โกรธคิดไม่นอกใจแฟนจะมีคนน่ารักมายั่วให้ตบะแตกจะไปทำบุญก็มีเหตุทะเลาะกับคนไปด้วย


ตรงข้ามกับคนที่สะสมพลังงานดีไว้เยอะคิดจะทำชั่วก็มีเหตุให้ทำไม่ได้ดมกาวก็เหม็นทนดมไม่ไหวจะตกปลาไม่มีวี่แววจะตกได้จะนอกใจแฟนดันท้องเสีย-รถเสียสมัครงานอาชีพบาปเขาเห็นหน้าหมั่นไส้ไม่รับทำงาน
ทุกชีวิตจะฉีกเส้นทางเดิมของตนได้ต้องใช้กำลังมหาศาลโดยเฉพาะจากชั่วเป็นดีแต่จากดีเป็นชั่วอาจไม่ต้องพยายามเท่าไหร่เพราะจิตมนุษย์คอยไหลลงต่ำอยู่แล้วบางครั้งกร…