Skip to main content

โจโฉคือ?

ดาวน์โหลด MP3 : www.jozho.net
สินค้าชมรม  : www.jzserum.com
เพจทางการ : facebook.com/jz.net
YouTube : Youtube.com/MrJozho
เว็บไซต์ใช้งานในแอป :   โจโฉ.net

อริยคุณ พุทธะธรรม (โจโฉ)

เกี่ยวกับที่มาของ.. โจโฉ  เพื่อเป็นแรงบันดาลใจให้คนที่เคยผิดพลาด ระทมทุกข์ ได้เห็นตัวอย่างว่า.. ขอแค่ทำดีมากพอ  ชีวิตเปลี่ยน ทำดีย่อมได้ดี เห็นผลในชาตินี้  และการสนใจธรรม ไม่จำเป็นต้องเชย  อย่ารอให้แก่ก่อน หรือทำตัวทันสมัยไม่ได้  : ธรรมแท้จะนำความเจริญมาให้


"พอเพียง" - คือสมฐานะ ใช้ของแพง ใช้ชีวิตหรูได้ ถ้ามีเงินเหลือพอ แต่ใช้แล้วให้เกิดประโยชน์สูงสุด  เสื้อผ้าหน้าผมให้เหมาะสมกับอาชีพและเข้ากับสังคมที่อยู่ร่วมกับเขาได้ ไม่ใช่ห้ามแต่งตัว ห้ามทำสีผม ห้ามทันสมัย  ต้องทำตัวเชย ๆ  ใส่ของเก่า ๆ  ฯลฯ

จิตเมตตามีสติ  ย่อมส่งผิวพรรณผุดผ่อง  พระไตรปิฎกระบุไว้ชัด :  คนดีจากภายใน โหงวเฮ้งจะแตกต่างคนทั่วไป คนปฏิบัติธรรมจริงจะมองเห็นกลุ่มพลังงานได้ชัด  ความดีที่มากพอ เปลี่ยนรูปกาย-ผิวพรรณให้ดีขึ้นได้จริงในชาตินี้  (หูกางมาก หลังมาเผยแผ่ธรรม หูไม่กางแล้วนะ)

  •  "โจโฉ"  คือชื่อเล่นอีกชื่อที่พี่สาว และคุณลุงแถวบ้านชอบเรียกตั้งแต่เด็ก แต่ลุงแกจะชอบเรียกแป๊ะโฉนะ  ไม่รู้ทำไมถึงเรียก สงสัยหน้าตาผมคงดูขี้โกงมั้ง  :    
  • ถูกเรียกชื่อนี้มาตั้งแต่เด็ก จึงนำมาใช้เป็นชื่อหลักตอนเป็นนักร้อง ออกอัลบั้มเดี่ยว  และใช้เป็นชื่อในการทำงานทุกด้านตลอดมา   ยังไม่ทันมีชื่อเสียงเท่าไหร่  กลับมีคนอ้างตัวเป็นผมไปหลอกคนซะงั้น  (คนก็ดันเชื่อ พระยังถูกหลอกมาแล้ว)



  • รูปตอนเด็ก ตอนเรียน ตอนเป็นวัยรุ่นเสเพล ความทรงจำในอดีต(รูปฟิล์มที่ไม่ได้สแกน) หายไปกับน้ำท่วมดอนเมืองปี 54   มีเวลาจะเอาตอนขี้เหร่สุด ๆ มาให้ดูว่า บุญกุศลเปลี่ยนผีเป็นคนได้จริง
เล่าชีวิตบัดซบให้ฟังเผื่อมีประโยชน์กับเด็กสมัยนี้ที่มีสมบูรณ์พร้อมกว่าผมมาก แต่เรียกร้องไม่รู้จบสิ้น  ขัดใจ ผิดหวัง     ชิงฆ่าตัวตายไม่เสียดายชีวิต ไม่สงสารพ่อแม่  กลายเป็นผีวนเวียนทุกข์ทรมานกว่าจะสิ้นอายุขัย  

การฆ่าตัวตาย เหมือนต้องฝันร้ายตลอดเวลา เป็นนรกด่านแรก ที่คนไม่ยอมศึกษาธรรม มักไม่รู้  และนำตนไปสู่ความทุกข์หนักกว่าที่ยังมีชีวิตอยู่  ยิ่งทุกข์ ก็ยิ่งพยายามฆ่าตัวตายซ้ำ    ในที่เดิม  เพราะคิดว่า  ทำแล้วตัวเองจะหายวับไป  แต่มันไม่หาย  ก็วนเวียนฆ่าตัวเองอีกรอบ ไม่จบสิ้น



ชีวิตผมตั้งแต่วัยเด็ก จนโต จนถึงทุกวันนี้ มีแต่ความทรงจำทั้งดีและร้ายหลายด้าน  ที่ไม่อยากเชื่อว่า คน  หนึ่งจะต้องเจออะไรสารพัด ทั้งดำและขาว ทั้งสุขและทุกข์ได้สุดโต่งขนาดนี้


ได้เห็นเหรียญสองด้านในทุกช่วงชีวิต ไม่รู้ว่าเวรกรรม หรือ เขาให้ได้สัมผัส เพื่อจะได้เข้าใจคนที่กำลังทุกข์ (หรือเปล่า)   ชีวิตจริงยิ่งกว่านิยายน้ำเน่า  เล่าแล้วก็เกินจะมีคนเชื่อ 
  

แต่อยากให้คิดกันบ้างว่าประโยชน์อะไร กับคนที่สละความเจริญทางโลก  สละงานบันเทิง สละลาภ ยศ สรรเสริญ  มานั่งทำสื่อธรรมเผยแพร่แจกฟรีสิบกว่าปี  (ที่เหนื่อย สุด )

จะมาแต่งเรื่องหลอกชาวบ้าน ให้ดูขลัง หวังผลประโยชน์  ถ้าอยากดังอยากได้เงินทำงานในวงการบันเทิงดีกว่าไหม??  ในความจริงคนที่เคยทุกข์สุขมาสุดโต่ง แล้วเห็นว่ามันไม่ใช่   พอเจอทางดับทุกข์ที่ดีมาก ก็อยากแบ่งปันแค่นั้น  



คนที่เห็นความเป็นอนัตตาของโลกและกายใจ   แม้แค่ความเข้าใจ (จิตมยปัญญายังไม่บรรลุเป็นความเข้าถึง (ภาวนามยปัญญา)  มันอดไม่ได้หรอกที่จะบอกต่อสิ่ง ดี  ให้คนอื่น  เหมือนคุณไปกินอะไรอร่อย ใช้อะไรดี ก็อดบอกคนที่รู้จักไม่ได้นั่นแหละ  : ข้อดีของการเป็นศาสนาอื่นมาก่อน จึงเห็นชัดว่าคำสอนพุทธดีสุด ๆ  แค่ไหน 


ความทรงจำครั้งแรกที่ทำให้ติดค้างในใจมานาน   คือลืมตาแล้วมองตัวเอง  ตกใจมาก ที่เห็นตัวเองเหลือตัวแค่นี้  แล้วก็นึกไม่ออกว่า เราเป็นใคร  แต่รู้สึกตัวเป็นผู้ใหญ่ตลอดเวลา

แล้วพอจะพูด  ก็กลายเป็นเสียงร้อง อุแว๊    ดังลั่น    ตกใจรอบสองว่า.. เฮ้ย.. เราเป็นอะไรกันแน่  ทำไมมาอยู่ในร่างเด็กคนนี้ สภาวะนั้นจำได้แม่น ติดใจมานาน พยายามหาคำตอบว่าคืออะไร 



สุดท้ายพอเข้าใจการเจริญสติ  จึงรู้ว่า .. นี่เป็นภาวะของจิตผู้รู้ตื่น  เพราะต่อมา ก็จะเห็นตัวเอง ร้องไห้  บอกรักแม่ และทำอะไรตามประสาเด็ก  โดยที่มีจิตผู้รู้  เหมือนมองดูอยู่ภายใน แยกกันชัดเจน กับเด็กคนนี้  

ความที่เกิดในตระกูลที่เป็นคริสต์ที่เคร่ง (คาทอลิก) แม้จะเจอสิ่งเหนือธรรมชาติมากมาย   แม้แต่จิตออกจากร่างเห็นร่างกายตัวเอง  เจอผี  เจออะไรสารพัด  (เจองูมีหนวดมาหาด้วยนะ)

ก็ไม่ได้สนใจ  เพราะไม่รู้ว่ามันคืออะไร  จะคิดในแง่วิทยาศาสตร์ไว้ก่อนเสมอ ถ้าหาเหตุผลไม่ได้ ก็จะไม่ปักใจเชื่อ แต่เผื่อใจไว้กลาง  






คนระลึกชาติในวัยเด็กหลายคน  พอโตก็มักจะลืม  เพราะจิตสัมพันธ์กับสมอง ซึ่งทำให้คิดอะไรนานลึกซึ้งไม่ได้มาก  และสิ่งเร้ารอบตัวมีมากเกินกว่าจะไปสนใจว่า สิ่งที่รู้เห็นนั้นคืออะไร

จิตก็จะมุ่งไปสนใจในเรื่องรอบตัว ความหิว ความไม่สบายตัว   จนที่สุด  สัมผัสพิเศษนั้น ก็อาจจะเลือนลางไป  พอยิ่งไม่สนใจ กว่าจะโตเป็นหนุ่ม สิ่งเหล่านั้นก็ค่อย  หายไป

ถ้าไม่ศึกษาปฏิบัติธรรมอย่างต่อเนื่อง จะลืมไปเลยว่าเคยรู้สึกอย่างไร   และสิ่งที่เจอนั้นคืออะไร  ผมเองก็เช่นกัน   ลืมเรื่องจิตแยกกับกายตั้งแต่เด็กไปเลย  กว่าจะย้อนกลับมาระลึกได้อีกที  ก็ตอนมาศึกษาศาสนาจริงจัง





ผมเป็นลูกคนสุดท้อง  ซึ่งน่าจะมีชีวิตที่ดี แต่เวรกรรมคงแรงจริง  เกิดมาพ่อดูเหมือนจะหมั่นไส้ผมตลอดเวลา  คำว่าพ่อคืออะไร พูดตรง   ผมไม่เคยรู้จัก ในแง่ความผูกพัน รู้แค่ว่าเขาคือผู้ให้กำเนิด และจบแค่นั้น 

วิเคราะห์หลักทางจิต  อาจจะเพราะย่าตายตั้งแต่พ่อยังเล็ก  เขาจึงเห็นแม่ผมเป็นทุกสิ่งอย่าง  ที่ไอ้เด็กบ้านี่มันมาแย่งความรักไปทั้งหมด  (เพราะแม่โอ๋ผมมากมายหละ) และผมเองพอเห็นหน้าพ่อก็จะกลัวมาก ไม่กล้าพูดด้วย  แต่เขาจะรักพี่สาวผมมาก แบบออกนอกหน้าเลย เอาใจสารพัด 




บ้านเหมือนนรก  ที่เจอหน้าต้องหาเรื่อง  ไอ้เหี้ย ไอ้สัตว์ สารพัดคำด่า ไม่เคยได้รับคำเพราะ  ที่เรียกด้วยความเอ็นดู  สายตามองมาทีไรก็เต็มไปด้วยความเกรี้ยวกราด

ห้ามเล่นของเล่น ห้ามออกไปเล่นนอกบ้าน  ดูการ์ตูน สะสมแสตมป์ยังโดนด่า    คอยจับผิดทุกอย่าง ไม่เคยมองแง่ดีเลย (ขนาดตอนมาทำซีดีธรรมะแจก ยังคิดว่าผมขายซีดีเถื่อน)   เรื่องจริงเยอะจนเล่าไม่หมด

จนเพื่อนวัยเด็กผมมาบ้านครั้งเดียว ต้องถามว่า..  นี่พ่อจริงของมึงเหรอ ?  กูนึกว่าพ่อเลี้ยง  : ไม่ถูกใจอะไรหน่อยก็ด่า โดนไล่ออกจากบ้านประจำ 





เคยกอดหอมแม่ (ซึ่งทำประจำจนทุกวันนี้) เขามาจ้องด้วยสายตาที่น่ากลัว  แล้วโวยวายด่าเหมือนผมไปฆ่าใครตาย    เราก็บอกเขาว่า..  ผมก็รักพ่อนะ  : คำตอบที่ได้คือ .. "มึงไม่ต้องมารักกู !! "   

การที่เข้าใจบาปบุญ  มันจุกอก คับแค้นใจมาก  เพราะโกรธไม่ได้ เดี๋ยวบาป  ทนมาทั้งชีวิต  พยายามให้อภัย ทำดีกับเขา กอด กราบเท้า ซื้อของให้ ฯลฯ  จนที่สุดเขาก็ดีด้วย และมองผมแง่ดีขึ้น  (ไปอยู่ข้างนอก กลับมาแล้วเจอ 

ออกจากบ้านไปสู้ชีวิตหลายปีจนเจอวิกฤต(แฟนเก่ามีชู้) จึงกลับมาอยู่บ้านเพื่อพักใจแล้วก็มีปัญหาอีก ก็ออกไปอีก จนเขามองผมในแง่ดีแล้ว กะว่าจะกลับมาอยู่ดูแลพ่อแม่ตอนแก่ในปี 2561  เขาก็จากโลกนี้ไปซะก่อน    :  คือเหมือนชะตาอยู่ร่วมกันไม่ได้จริง      น่าจะผูกเวรกันมานานมาก  แต่ก็เป็นอโหสิกรรมไปแล้ว  ด้วยความเพียรพยายามที่สุด   





รื่องมันยาวกับชีวิตรันทด  ที่แอบอิจฉาซาเล้งที่เขามีรอยยิ้มให้ลูกเขา  แม้จนไม่มีจะกิน แต่ยังมีคนรักห่วงใย พูดดีด้วย   ซึ่งนอกจากแม่แล้ว ผมโตมาท่ามกลางสายตารังเกียจทั้งพ่อ ทั้งคนรอบตัวแม้แต่ครูอาจารย์  (เดาว่ากรรมผิดศีลข้อ 3 ในอดีต เคยฝันว่ามีเจ้าพระยาสาปแช่งไว้ชัดเจนมาก  มีแฟนมาหลายคน มีชู้แทบทุกคน แล้วผมก็รู้จากความฝันทุกคน ก็น่าแปลกดี )


ทุกวันนี้กอดหอมหมา แล้วยังแอบอิจฉา  แบบว่า .. เออ หมายังดีกว่าเราอีกแฮะ มีคนกอด บอกรัก หอม  หาขนม ให้นอนห้องแอร์ เอาใจสารพัด  อดบอกเขาไม่ได้ว่า พวกหนูอะโชคดีกว่าพ่ออีกนะ   แต่ก็คงเวรกรรมที่ผมเคยทำมาแต่อดีตชาตินั่นแหละ  

ชีวิตไม่เคยโทษใครหรอก  โทษตัวเอง  ยิ่งเจอทุกข์ ยิ่งรู้สึกว่า.. ชาติก่อนนี่เราคง "โคตรเฮีย มาก  "  ไม่งั้นไม่เกิดมาเจอสารพัดทุกข์แบบนี้หรอก   ก็ได้แต่สมน้ำหน้าตัวเอง  ยังด่าตัวเองอยู่จนทุกวันนี้ว่า.. มึงนี่เฮียจริง ๆ  ไม่เลวจริง ไม่มีชีวิตแบบนี้หรอก  รู้แล้วก็เริ่มต้นทำดีให้มากซะ





แม่ผมขายขนมในโรงเรียน  ตั้งแต่อนุบาล ผมก็เลยต้องไปพร้อมแม่ แล้วช่วยแม่ขาย  ถือว่าทำงานตั้งแต่เด็ก และตรงตามงานวิจัย ว่าเด็กที่พ่อแม่เอาไปทำงานด้วย จะรู้คุณค่าของเงิน   พอรู้ว่ากำไรขนมน้อยมาก  ขายเหนื่อยมาก  ก็เลยเป็นคนประหยัด รู้ค่าเงินโดยอัตโนมัติ


พอขึ้นชั้นประถม ก็โดนพ่อสั่งให้รดน้ำต้นไม้ กวาดลานบ้าน  ซึ่งมันเป็นงานหนักมาก สำหรับเด็กที่ตัวยังพอ  กับกระป๋อง  แล้วต้องไปตักน้ำเน่าจากบ่อเยื้องกับบ้าน กว่าจะเดินมาถึงบ้าน  กว่าจะรดหมดบ้าน   รดจากสายยางด้วยน้ำประปาก็ไม่ได้ (มันคงง่ายไป)

เช้า กลางวัน เย็น ช่วยแม่ขายของ  เย็นกลับมารดน้ำต้นไม้ (ซึ่งเยอะม๊ากกก)  กวาดใบไม้   คือถ้ามันไม่มีใครก็ไม่แปลก  แต่นี่ผมมีพี่อีกสี่คน   แต่ทำไมผมต้องทำอยู่คนเดียว   เด็กมันก็อยากเล่นอะนะ





อยากเล่าความน่าสมเพชของชีวิตวัยเด็ก  ก็เกรงจะน่าเบื่อ  เอาเป็นว่า มันมีเรื่องเล่าให้น่าเวทนาอีกเยอะ ขอข้ามไปละกัน  ที่เล่าพอให้รู้ว่า  ชีวิตไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ  

อยากให้อีกหลายคนสำเหนียกว่า.. ชีวิตแค่พ่อแม่มีบ้านให้อยู่ มีข้าวให้กิน แล้วมีสายตาที่มองด้วยความ.. รัก  มันก็มากพอแล้ว  จะเรียกร้องอะไรกันนักกันหนา   เขาไม่ทำแท้งไปแต่แรกก็บุญเท่าไหร่แล้ว

ตั้งแต่เกิดมา วันเกิดผมไม่เคยมีค่าอะไร  ไม่มีเค้ก ไม่มีของขวัญ  เหมือนผมไม่มีตัวตน  แต่ก็ไม่ได้รู้สึกขาดอะไรนะ   ถ้าเข้าใจกฎแห่งกรรม  แค่ได้เกิดเป็นมนุษย์ไม่พิการ นี่ก็คือบุญคุณที่ทดแทนไม่จบสิ้นแล้ว   ไม่งั้นจะได้โอกาสทำบุญขนาดนี้เหรอ??
  




ในวัยเด็กประถม ทุกปิดเทอมผมจะหาเงินเอง ทั้งที่ไม่ได้เดือดร้อนเรื่องเงิน  แต่ไม่รู้ทำไม มันอยากทำ ขายน้ำแข็งใส  เอามะม่วงมาดองขาย   ซื้อแผงจับฉลากมาเดินเร่ขาย   หาเศษตะปูมาชั่งกิโลขาย  มันก็เป็นความสนุกที่ได้ทำ   


หาเหตุผลไม่ได้เหมือนกัน  เด็กหน้าตาน่าร๊ากกก ขนาดนี้ (555 )  แถมเรียนเก่งมาก   รู้จักขยันทำมาหากินแต่เด็ก  เวรกรรมอะไรถึงเกลียดกันขนาดนี้

ผมก็คงเคยทำกับลูกผมในชาติก่อนมายิ่งกว่านี้หละ   เวรกรรมมีจริง  มันเชื่อได้ยาก แต่มันก็มีจริง และให้ผลตรงตามสิ่งที่เราเคยทำทุกประการ 





แต่อีกสิ่งที่เกิดในสมองตอนนั้นคือ .. โตขึ้นจะต้องทำมูลนิธิของตัวเองให้ได้   ก็ งง ใจตัวเอง ว่าคิดได้ไง  แล้วก็สนใจเรื่องศาสนามาก  เรียนคริสต์สองนิกาย  และต่อมาก็เริ่มสนใจพุทธ    


ตอนอยู่ .5  นั่งรถเมล์ไปไกลมาก เพื่อซื้อหนังสือสวดมนต์ของพุทธ (เล่มใหญ่และแพงมาก) เอามานั่งอ่าน  ทั้งที่อ่านไม่รู้เรื่อง เพราะเป็นภาษาบาลี  แต่ก็ไม่รู้ไปซื้อมาทำไม 

พอขึ้นมัธยม  เริ่มแตกเนื้อหนุ่ม เป็นนักดนตรีโรงเรียน  เริ่มมีแฟน ติดเพื่อน สูบบุหรี่  ติดสนุ๊ก ตู้เกม ฯลฯ  และไม่ได้สนใจเรื่องธรรมะอีกเลย 

 (วัยรุ่นมันก็อยากรู้อยากลองเป็นธรรมดา ใครอยากเลิกบุหรี่ ลองฟังวิธีโปรแกรมจิตเลิกบุหรี่นะครับ)





ผมเป็นคนที่ไม่ค่อยสนใจการเรียน(ในห้อง)  แต่ชอบอ่านเอง  และสอบได้คะแนนดีมาก เคยได้คะแนนคณิตอันดับหนึ่งของโรงเรียนตอน ป.6 และสอบติดทุกที่ที่อยากเรียน เกรดสี่เกือบทุกวิชา  แต่ก็จะมีเรื่องกับครูอาจารย์ทุกระดับชั้นที่เรียนประจำ  

เพราะถ้าสงสัยจะเถียง จะกล้าพูด  ซึ่งครูไทยไม่ชอบให้เด็กเถียง  ชอบให้เรียนแบบควายถูกจูงจมูก ต้องสั่งให้ทำ  สั่งให้เชื่อ ต้องเชื่อฉันเท่านั้น  ห้ามคิดแตกต่าง 





ที่ต่อมาไว้ผมยาว และทำสีสารพัด ก็เพราะความข้องใจว่า  ผมยาว การแต่งตัวเปรี้ยว ทำสีผม ฯลฯ    มันเป็นคนดี เป็นคนเก่งไม่ได้หรือไง ??   ก็อยากจะพิสูจน์ให้ดู   ว่ามันไม่เกี่ยวกัน   แม้แต่สนใจธรรม ทำไมต้องทำตัวเชย    ทันสมัยไม่ได้




อยากให้คนไทยหลุดจากมายาคติพวกนี้ซะที  เด็กวัยรุ่นฮอร์โมนมันเร่งให้ต้องเป็นตัวของตัวเอง ก็ดันไปกดไว้สารพัด  เสื้อผ้าหน้าผม นี่เป็นแรงกดดันที่ส่งผลเสียถึงตอนโตได้หลายรูปแบบ  

ถ้ามันดีจริง  ประเทศที่เจริญเขาคงมีเด็กเ_ี้ยเต็มประเทศ  แต่เขากลับมีวินัยสูงกว่าเราที่เด็กแว๊นครองประเทศ มีเกลื่อนทุกเทศกาล   คุกเด็กบางแห่ง เขามีกฎไม่ยุ่งเรื่องพวกนี้ แล้วพบพฤติกรรมเด็กดีขึ้นมาก  

งานวิจัยสารพัด  ไปดูงานมาทั่วโลก  แต่ก็กลับมาใช้กฎล้าหลัง เป็นกฎทหาร  กฎที่ใช้กับนักโทษ เอามากดดันบังคับเด็ก ในวัยไม่สมควร   แล้วยังมีพวกหลงคิดว่าเป็นสิ่งที่ดีอยู่อีก   ขนาดซอยผมยังกลายเป็นโทษร้ายแรง        

กฎล้าหลังเพื่อถูกใจผู้คุมกฎ แต่ขัดจิตใต้สำนึกของสิ่งมีชีวิต  ที่ยังคงอยู่คู่ไทยต่อไป    อ้างเพื่อระเบียบแต่ขัดธรรมชาติ สุดท้ายโตมา มันส่งผลเสียแค่ไหน  ลองไปถามนักจิตวิทยา (เก่ง  ) ดูนะครับ 





ในที่สุด ฟางเส้นสุดท้ายก็ขาดลง จึงหนีออกจากบ้านไปตายเอาดาบหน้า เคยนอนข้างถนน ทำมาหลายอาชีพ เจอปัญหามาสารพัด   จากไม่เคยทำอะไรอีกมาก ก็ต้องทำ ต้องอดทน  อดมื้อกินมื้้อ  ชีวิตน่าอนาถยิ่งกว่าแรงงานพม่าซะอีก (เรียนอยู่ก็ออกเลย  แล้วมาเรียนต่อตอนเล่นดนตรีกลางคืนจนจบภายหลัง)

มันน่าจะทุกข์นะ  แต่กลับรู้สึกดีกว่าอยู่บ้าน   มากินผักเป็นก็ตอนนี้  กินทั้งน้ำตาที่ต้องจำใจกิน    แต่สารพัดที่เจอ มันทำให้กินง่ายอยู่ง่าย และปล่อยวางโลกได้ง่าย  ไม่เห็นทุกข์  ไม่เห็นธรรม  มันก็คงเป็นแบบนี้เอง



 


ลำบากมามาก กว่าจะได้เล่นดนตรีเป็นอาชีพจริงจัง    หลายปีกับการเล่นดนตรีกลางคืน  สูบบุหรี่วันละ 3 ซอง กินเหล้าวันละกลม ดูดกัญชา(บ้าง)  เล่นการพนันเกือบทุกชนิด เมาเละเทะมาก   เกือบตายก็หลายครั้ง   กว่าจะตัดขาดสิ่งเหล่านี้ได้  ก็ใช้ความพยายามพอควร 

เป็นเด็กเสริฟ ช่วยงานห้องซ้อมดนตรี  ลูกจ้างทำผ้าม่าน เหล็กดัด ขายของตลาดนัด   ทำดอกไม้ประดิษฐ์   สารพัดงานที่เคยทำ  ทำให้เข้าใจหัวอกคนทำงานระดับล่าง   คือมันเข้าใจจริงแบบสุดใจ     แล้วส่งผลดีกับการมองโลก การวิเคราะห์ปัญหาอย่างมาก





ด้วยประสบการณ์ที่เจอกับสิ่งเหนือธรรมชาติหลายอย่างซึ่งเขียนเป็นบทความไว้แล้วในหนังสือรวมประสบการณ์ทางจิต  คำถามที่ผุดขึ้นมานานคือ เกิดมาทำไม  ตายแล้วไปไหน   ที่ยังหาคำตอบไม่ได้จากการศึกษาในศาสนาเดิม  


สมัยเด็กไม่มีอะไรชวนใจแตกมากนัก  แต่เป็นคนชอบอ่านหนังสือมาก ๆ พอว่างก็หาอ่านอะไรไปเรื่อย  บังเอิญพี่สาวทำงานโรงพิมพ์  หนังสือเหลือทิ้งก็เอากลับมาบ้าน  เลยพลอยได้อ่านไปด้วย

เป็นหนังสือเกี่ยวกับกฎแห่งกรรม     ภายหลังออกจากบ้านมาเล่นดนตรีกลางคืน   ก็ยังซื้อมาอ่านเรื่อย    และเริ่มจริงจังตอนเลิกบุหรี่ได้  เริ่มฟังวิทยุธรรมะ ฝึกสมาธิ สวดมนต์บาลี  (ตอนนั้นยังเป็นคริสต์อยู่นะ)





เมื่อศึกษาพุทธจริงจังขึ้น  ก็คิดว่าเริ่มเห็นแสงสว่าง ได้คำตอบที่พอใจแล้ว  รู้สึกปลงกับเรื่องทางโลก  คิดว่าอยู่แบบฆราวาสไม่ไหวแล้ว   แต่ครั้นจะบวชห่มเหลืองเลยก็ยังไม่กล้า  ยังเกรงใจแม่  (แล้วก็ไม่รู้จะไปบวชยังไงด้วย)


ตัดสินใจลาออกจากงาน  ทิ้งทุกอย่าง  โกนหัว (จากผมที่ยาวถึงกลางหลัง)  เดินทางไปหลายวัด หลายสำนัก  ไปไหนเขาก็คิดว่าติดคุกมา  เพราะคิ้วไม่ได้โกน 

ไปมาหลายที่  ในที่สุดก็คิดว่ายังไม่ใช่ทางของเรา  จึงหันมาศึกษาธรรมด้วยตนเองอยู่เป็นปี ในบ้านว่างที่อาให้ไปช่วยนอนเฝ้า  ก่อนกลับมาทำงานทางโลกอีกครั้งด้วยอาชีพที่ถนัด  คือเล่นดนตรีกลางคืน (อีกแล้ว)  





มาถึงจุดเปลี่ยนชีวิตจริง  ตอนอ่านเรื่องแว่วเสียงสวรรค์ ที่เป็นการอธิบายโลกหลังความตายแบบละเอียดและไม่งมงาย มีคำอธิบายเสริมด้วยหลักการจาก .พร รัตนสุวรรณ ผู้เชี่ยวชาญพระไตรปิฎก  


อ่านจบแล้วมองโลกเปลี่ยนไปทันที เหมือนโลกนี้ไร้สาระหลอกลวงไปหมด  ต่อมาจึงศึกษางานของครูบาอาจารย์อีกหลายท่าน




จนมาจบที่การศึกษาพระไตรปิฎก ที่ให้คำตอบได้ชัดว่าชีวิตคืออะไร แล้วชีวิตที่เหลือจะทำอะไรต่อไปดี  


ก่อนหน้านี้ได้เจอชายชราคล้ายฤาษี ถือไม้เท้า  นุ่งห่มขาวทั้งตัว หน้าตาใจดีมาก  มาปรากฎตอนจะฆ่าตัวตาย  หลังหนีออกจากบ้านได้ไม่นาน  มาบอกให้ทำดีมาก   เดี๋ยวอีกหน่อยจะมารับ   





นั่นเป็นเหตุหนึ่งด้วยที่หลายปีต่อมา ทำให้ตัดสินใจเลิกเหล้า    แล้วสนใจศาสนามากขึ้นไปอีก)  เรื่องนี้หมอจิตเขาชอบหาว่าหลอนไปเอง 
 
แต่ถ้าลำดับสิ่งที่เกิดกับผมตั้งแต่เกิด ผมมั่นใจนะว่า มีหลายอย่างที่น้อยคนจะได้สัมผัส  และพระพุทธเจ้าทรงยืนยันว่ามีอยู่จริง  

และเรื่องพวกนี้ผมเจอมาก่อนเข้าพุทธ ไม่มีความรู้เดิม ไม่เคยอ่านศึกษาเรื่องผี เทวดา นรก สวรรค์ ของพุทธมาก่อนเลย





เหมือนคนเดินทางไกล มาเจอสระน้ำใหญ่สวยงามได้พักหายเหนื่อย   จึงเห็นใจคนที่หลงทางในทะเลทรายอีกมาก   อยากบอกทางให้มาทีนี่ ไม่ต้องเสียเวลาเดินหาอีก

มาถึงจุดที่เห็นว่า คำสอนพุทธ  มีหลักเหตุผล  และปฏิตามได้ง่าย  แต่ที่เห็นและเจอมา กลับเป็นการสอนเรื่องยาก เกินระดับ จนดูทำไม่ได้  เน้นพิธีกรรม ที่ไม่ใช่แก่นสาร 





พอรู้เข้าใจระดับหนึ่ง เจอใครเป็นทุกข์ก็ให้คำแนะนำ หรือใครสงสัยก็อธิบายเรื่องบาปบุญ นรกสวรรค์ในแง่มุมที่จับต้องได้  ส่วนใหญ่จะเป็นคนที่ไม่สนใจศาสนา เป็นนักร้องนักดนตรี วัยรุ่นทั่วไป   ผลตอบรับดีมาก จนมีคำถามเสมอว่า.. ทำไมพระกับครูไม่สอนแบบนี้  เข้าใจง่ายดี   จึงเริ่มเห็นทางว่าเราอาจช่วยคนอื่นได้  




ไม่ได้คิดว่าตัวเองเก่ง  แต่ครูบาอาจารย์ ยังบอกไว้ว่า.. โจรที่กลับใจ มันกลับไปสอนแนะนำโจรด้วยกันได้ง่ายกว่า  หลายเรื่องพระสอนไม่ได้  เพราะท่านต้องเน้นการปฏิบัติภาวนา   คำถามบางอย่าง ฆราวาสด้วยกันตอบ จะเข้าใจตรงกันมากกว่า  

พอเห็นทางที่ดีเพื่อดับทุกข์และง่ายต่อวัยรุ่น หรือคนพึ่งสนใจศาสนา  จึงคิดว่าถ้ามีชื่อเสียงคงทำให้งานเผยแพร่ง่ายขึ้น จึงกระเสือกกระสนแต่งเพลง ทำดนตรีเองทั้งหมด เสนอค่ายจนได้เป็นศิลปินมีผลงานหนึ่งอัลบั้ม





บางทีก็ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกัน ว่ามีแรงผลักดันภายในตลอดเวลา เพื่อเผยแผ่ธรรม เพื่อหาอะไรเป็นประโยชน์ทำ   ทั้งที่ไม่มีความพร้อมอะไรเลย  และไม่น่าจะเป็นไปได้ง่าย   :   

ทำมาระยะหนึ่ง  ก็มีเจ้าของชมรมธรรมะ และอีกหลายท่าน  พูดให้รักษาตัวให้ดี  อนาคตจะได้ทำงานใหญ่ให้พระศาสนา  ตอนนั้นฟังแล้วก็.. งง    เพราะดูหน้าตาผมซิ  มันจะเป็นจริงได้เหรอ?? 





เพลงติดอันดับแล้ว แต่ไม่นานค่ายเพลงปิดปรับปรุงถาวรซะก่อน คนเลยไม่รู้ว่าเพลงของใคร  แต่เพลงก็ขยันติดอันดับทีละคลื่นทั่วประเทศ  แต่ไม่พร้อมกัน จนถูกบรรจุเป็นเพลงฮิตในแผ่นผี MP3 อยู่ 4-5 ปี  (มันเขียนหน้าแผ่นว่า ของแท้ต้องแผ่นปั๊ม  เดินผ่านนี่อย่างฮา)

(เคยมีดีเจติดต่อมา บอกสงสัยมากว่าเป็นใคร ทำไมเพลงลงแผ่นบ่อยมาก  ^__^ )  ใครซื้อแผ่นบ่อยๆ ช่วงนั้นคงได้เห็นผ่านตาเป็นประจำ   ติดอันดับคลื่นดังหลายคลื่น สูงสุดอันดับ 3 ของคลื่นเรทติ้งสูงที่สุดในไทยตอนนั้น แต่ส่วนใหญ่คนฟังไม่รู้ว่าใครร้อง  




(กดที่รูปเพื่อฟังเพลง)



ไฟล์จากภาพถ่ายเอกสาร ที่เก็บสถิติสมัยก่อน   เขาหาว่าเชื่อถือไม่ได้  แต่มันก็ติดอันดับ เว็บไซต์ดัง ที่เป็นเว็บอันดับต้น  ของเมืองไทย แทบทุกเว็บเลยตอนนั้น   ใครไม่เคยซื้อแผ่นผีตอนนั้น คงไม่มีทางเชื่อหรอกว่าเพลงมันติดจริง 



ไม่เคยภูมิใจกับอันดับพวกนี้  เพราะไม่ใช่เป้าหมาย  แต่โชว์ให้เห็นที่มาที่ไป   ว่าคนเราเกิดมาเพื่ออะไร  กรรมเขาจัดสรรให้เราไปถูกทาง   ให้ได้ทดสอบงาน แล้วเห็นว่ามันไม่โอเค  แล้วมุ่งมาเผยแผ่ธรรมะเต็มตัวจริงจัง   ซึ่งมีอานิสงส์มากกว่าหลายเท่า

เล่าเรื่องนี้เพื่อให้เห็นว่า มีตัวตน มีการงานทำ  มีโอกาสทางงานด้านบันเทิงมากมาย  แต่เลือกที่จะมาเผยแผ่ธรรมะล้วน    เพราะเห็นประโยชน์ ไม่ใช่หมดหนทางทำมาหากิน 

ที่ไปทำงานบันเทิง ตอนแรกหวังว่า ชื่อเสียงจะช่วยชักจูงวัยรุ่นได้ง่ายกว่า  แต่ทำจริงแล้วเห็นชัดว่า จะพาตัวเองหลง สร้างโมหะให้คนให้ตนเอง ลากสู่ภพอันต่ำได้ง่ายกว่า   จึงทิ้งทุกอย่าง แล้วมุ่งเผยแผ่ธรรมะโดยตรง เป็นทางที่ดีที่สุดแล้ว





ตอนหลังมีค่ายเพลงติดต่อไปทำงานด้วยหลายค่าย   ทั้งในแง่ของศิลปิน  นักแต่งเพลง  และทำดนตรี  แต่ธรรมะจัดสรรแล้ว   ว่าผมเกิดมาเพื่อธรรมะ มากกว่า (มั้ง)

นี่ยังไม่นับงานดีเจ พิธีกร  แม้แต่ชวนเล่นละครก็มี  แต่ปฏิเสธหมด    หลังลองงานมาพักหนึ่งแล้วไม่โอเคกับวงการบันเทิง 





มีรับเชิญยอมไปบ้างประปราย ในหลายปีที่ผ่านมา  ลองมาหลายอย่าง   แต่ถึงจุดหนึ่ง แม้รายการดังเชิญให้ไปก็ขออยู่เงียบ  แบบนี้ดีกว่า  ตัดขาดจากสื่อมาหลายปีแล้ว  เพราะโลกส่วนตัวสูงมาก ผมว่าผมเกิดมาเพื่อเผยแผ่ธรรมะโดยตรงนะ   ไม่อย่างนั้นเขาคงไม่ทำนายตรงกัน




ที่เขียนนี่คือ อยากให้คนที่ยังมองแง่ลบ ได้เข้าใจว่า ผมไม่ได้จนตรอกเอาธรรมะ มาหากิน  คงไม่มีใครบ้ามาทำงานฟรีแบบนี้เพราะอยากดัง 

(ทำธรรมะ มันจะไปดังยังไง  งง )    แต่มาทำเพราะว่า มันเกิดประโยชน์กับทั้งตนเอง และส่วนรวมดีที่สุด ในการทำบุญที่ชีวิตนี้ผมจะทำได้แล้ว





ลองคิดดูว่าคนทำดีเจได้ เป็นพิธีกรได้  ร้องเพลงได้ แล้วหน้าตาแบบนี้   ถ้าเป็นคุณจะเลือกมาทำธรรมะแจกฟรี  หรือไปทำงานด้านบันเทิงดีกว่า .. คิดเอา
   
ทำขนาดนี้ มันยังมีคนใส่ร้าย เขียนเมล์มาด่า  ส่งข้อความทุกช่องทาง   เขียนด่าในสมุดเยี่ยมก็หลายคน   ตามด่าในยูทูป    ผมหละอนาถใจกับคนดีพวกนี้จริง    เขาด่าผม ก็เพราะเขาคิดว่าเขาดีกว่า  

แต่ลืมคิดไปว่า คนดีเขาไม่ด่าคนอื่นในที่ส่วนตัวของเขา  แล้วถ้าดีกว่า ต้องเอาผลงานมาวัดกัน  ไม่ใช่ด่าคนอื่นแล้วจะทำให้ตัวเองดีขึ้น   แค่ด่าก็ผิดศีลแล้ว   มองไม่เห็นความชั่วตัวเอง  ก็ธรรมดาคนเมา  ย่อมไม่คิดว่าตัวเองเมา





เล่าให้ฟังนี่ เพราะคนที่ทำดีอีกมาก จะได้ตระหนักว่า  ทำดีแค่ไหน มันจะมีคนมองแง่ลบ และด่าเราได้เสมอ  หาเรื่องมาด่าได้อย่างไม่น่าเชื่อครับ
    
คือมันเกิดมาเพื่อเป็นคนเลวโดยบริสุทธิ์  โดยสันดาน  ทำอะไรกับคนพวกนี้ไม่ได้หรอก





เมื่อเห็นแล้วว่าเกิดมาชาติหนึ่งอะไรคือประโยชน์สูงสุดเท่าที่ชีวิตเราจะทำได้  ช่วงแรกก็ยังต้องทำงานหาเงินควบคู่กันไปด้วย จนถึงจุดหนึ่งก็ตัดขาดอาชีพทางโลก มาทางธรรมอย่างเดียว   

 


ไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะทิ้งอาชีพที่ฝันอยากเป็นมาแต่เด็ก และผู้คนจำนวนมากต่างต้องการจะเป็น   ยิ่งสมัยนี้มีช่องทางหากินเยอะมาก  ถ้าทำสื่อด้านเสียงได้   โลกออนไลน์เปิดให้หาเงิน หาชื่อเสียงกันง่ายกว่าสมัยก่อนมาก



  


เริ่มต้นงานเผยแผ่ธรรมะด้วยการเอาความถนัดที่เคยเป็นดีเจ นักร้อง นักดนตรี มาจัดทำสื่อเสียงอ่าน แต่งเพลงธรรมะ   ทำเว็บไซต์ให้โหลดธรรมะ  เขียนบทความธรรมะในนิตยสารรายเดือน 





(กดฟังเพลงที่แต่งถวายหลวงตา)



รับเป็นวิทยากรบรรยายในสถานศึกษาและองค์กรต่างๆ  ด้วยการอธิบายธรรมะแบบที่ฆราวาสนำไปใช้ได้จริง  (ที่เขากล้าเชิญก็เพราะการผ่านงานบันเทิงมาก่อนนี่หละ  ถ้าเป็นคนธรรมดา คงหาโอกาสแบบนี้ได้ยาก  ก็นับว่าการทำงานบันเทิงมาก่อน มีผลจริง ๆ ) 

บาปบุญที่พิสูจน์ได้ทางวิทยาศาสตร์  เรียนรู้เรื่องพลังทางจิต ที่พิสูจน์ได้ และต่อยอดไปพัฒนาศักยภาพในหลายด้านได้จริง  





ปัจจุบันงดรับงานบรรยาย  เพราะทุ่มเวลาให้กับการทำพระไตรปิฎกเสียงอ่าน  ซึ่งอีกหลายปีกว่าจะจบ   และเปิดให้เป็นเจ้าภาพร่วมด้วยนะครับ  







คิดว่าคงรู้จักกันคร่าว   แล้วนะครับ    ผมเริ่มจากความไม่มีอะไรพร้อม และปัญหาอุปสรรคมากมาย  ที่ต้องอดทน และสู้หลายด้านตลอดมา  จนมีวันนี้   

วันที่ตายไปก็ไม่เสียดายชีวิต  เพราะถือว่าได้ตอบแทนคุณพระศาสดา ตอบแทนคุณประเทศชาติแล้ว 
   




"ดูรูปกิจกรรมบุญเพิ่มได้ที่เมนูหลัก"

เพิ่มเติม :  


|| เคยถูกแจ้งจับคดีอาญา เกือบได้นอนโรงพัก สุดท้ายปรับไปสองหมื่น (ตั้งใจแจ้งวันศุกร์ตามสูตรเลย เพื่อให้ประกันไม่ได้  และยอมจ่ายเงินที่กว่าจะตกลงกันได้)

  
เจอข้อหานำสารคดีพระพุทธเจ้าจากห้องสมุดธรรมะ  ที่เขาแจกฟรีอยู่แล้ว  มาให้ดาวน์โหลดฟรี  ท่ามกลางความสงสัยว่า .. นี่มันเมืองพุทธจริง   หรือนี่    ตั้งใจทำดี แต่เจอแบบนี้  .. ก็ยังทำต่อไป 




|| เป็นคนแรกที่เอาธรรมะใส่เครื่องเล่นแจกฟรี  ถวายพระ ส่งให้โรงพยาบาล ชมรม   จนมีคนทำตามกันเยอะมาก  แต่เขาไม่ได้แจกเหมือนผม  ขายกันแพงมาก  จนที่สุดก็มาขายกันในทีวี  แหม.. ถ้าผมหิวเงินอยากรวย  ผมขายก่อนนี่ ผมก็สบายนะ 

แต่ใจมันไม่ใช่ไง  ธรรมะต้องมีไว้แจกเท่านั้น   พระพุทธเจ้าห้ามพระค้าขายเด็ดขาด    รับบริจาค สนับสนุนได้    นี่วัดที่อ้างพุทธวจน  ผมก็เห็นขายนะ  (แอบตกใจ)





ลองเทียบกันซิ   ผมตัวคนเดียว ทำแจก  ไม่ได้มีคนทำบุญจนล้นเหมือนวัด   แต่วัดทำหนังสือ ซีดี  เครื่องเล่น  มาขาย   จริง   มันควรจะให้บริจาคตามศรัทธา  อย่างน้อยก็เริ่มต้นที่ราคาทุนก็ยังไม่น่าเกลียดนะ 




ภิกษุนำของมาค้าหากำไร มันผิดพุทธโอวาท พุทธบัญญัติ  ผิดเต็มประตู  ก็ยังเห็นทำกันอยู่  เห็นแล้วก็เหนื่อยใจ..  

อยากขายเพื่อหากำไรกันจริง ก็สึกออกมาเป็นฆราวาสครับ    อันนี้เขาขายได้  เพราะเขาบิณฑบาตรกันไม่ได้      ผมเองยังไม่กล้าขายเลย แจกฟรีตลอด   เปิดให้ทำบุญตามศรัทธา   ผมว่าบางทีมันได้มากกว่าขายอีกนะ  แถมสบายใจ  และดูดีกว่าเยอะ  




|| มีเรื่องเล่าไม่ได้อีกมาก  เพราะมันดาร์กเกิน  แต่อยากให้รู้ว่า ประสบการณ์ชีวิตเข้มข้นจนเกินจะเชื่อจริง   ผ่านมาหมด  จึงคิดว่ามองโลกแตกต่างจากคนที่ไม่เคยนะ  


ปัญหาความรัก แฟนมีชู้ เคยเป็นชู้ซะเอง ปัญหาเรื่องที่อยู่ โดนหาเรื่องแจ้งความจับ มายืนด่าไอ้หน้าฮี บลา ๆ   คนข้างบ้านยังโมโหแทน แต่ผมนี่ได้แต่ปลง และก็ให้อภัย

โดนกลั่นแกล้ง  โดนไล่ออกจากงานโดยไม่ตั้งตัว โดนโกงเงิน โดนใส่ร้าย  ให้ลาออกไปทำงานด้วย แล้วอยู่ดี ๆ บอกให้ย้ายทันที  มีชีวิตที่ย้ายบ้านแทบทุกปีด้วยปัญหาที่ไม่น่าเชื่อ   และอีกมากที่ไม่รู้จะเล่ากี่วันหมด   ทั้งนี้ไม่ใช่แค่ด้านไม่ดีนะ  ด้านดีก็สุดโต่งเหมือนกัน  ได้สัมผัสชีวิตในทุกรูปแบบ 

นอนห้องรูหนูห้องน้ำรวม ยันบ้านหรูมีสระว่ายน้ำ ย้ายบ้านแทบทุกปี  และอีกมากที่ไม่รู้จะเล่ากี่วันหมด   ทั้งนี้ไม่ใช่แค่ด้านไม่ดีนะ  ด้านดีก็สุดโต่งเหมือนกัน  ได้สัมผัสชีวิตในทุกรูปแบบ ย้อนคิดถึงชีวิตที่ผ่านมาแล้วตกใจ ว่านี่มันเรื่องจริงหรือนิยาย  




สารพัดเรื่อง หลากปัญหาที่ต้องเจอ จนเข้าใจคนกำลังทุกข์แทบจะทุกด้าน  จนไม่เห็นอะไรนอกจากทุกข์  รวยมาก พร้อมมากแค่ไหน ก็มีแต่ทุกข์  

คนจะแก้ปัญหาให้คนอื่นได้ ถ้าไม่เคยเจอ ก็ยากจะเข้าใจนะ ได้แต่ท่องตามตำรา โลกสวย คิดบวก สะกดจิตจนฟั่นเฟือน  ออกแนวเหมือนคนบ้า มากกว่าเป็นคนมองโลกในแง่ดี   

ที่เห็นคอร์สเสียเงินกัน จะรู้บ้างไหมว่า  สุดท้ายหลอกจิตตัวเองจนหลง และไม่มีทางรู้ตามจริง เข้าถึงสัจธรรมได้ยากขึ้นไปอีก 



:เชื่อไหมว่า  ถ้าผมนับถือศาสนาอื่น แล้วทำให้ศาสนาเขาขนาดนี้    เขาจะสนับสนุนผมกันเต็มที่จนเพียบพร้อม  แต่นี่เพราะชาวพุทธเรา  ชอบทำกับพระ กับวัดมากกว่า  ชอบทำกับหมาจรจัด คนพิการ สบายใจกว่า 

มองการทำงานของผม  ว่าไม่ต่างกับคนทำมาหากินทั่วไป  ก็ต้องสู้ไปเอง  ต้องรู้จักทำมาหากินซิ  จะมาให้ใครสนับสนุน จะมารอคนสมทบทุนทำไม   (นี่ขนาดเขาได้ประโยชน์จากสิ่งที่ผมทำนะ


สุดท้าย   แทนที่จะได้ผลงานมากกว่านี้หลายเท่า  ก็เลยต้องเสียเวลาเพื่อทำงานหลายอย่าง  เพื่อมาทำงานฟรีต่อไปได้นี่หละครับ
  
คิดอีกแง่ก็ดีไปอย่าง   เพราะการทำอะไรยิ่งยาก มันก็ยิ่งมีอานิสงส์สูง     และบ่มเพาะขันติบารมี วิริยะบารมี   ติดตัวไปทุกภพชาติ    ซึ่งมันก็คงเป็นเส้นทางสู่การบรรลุธรรมได้ง่ายขึ้นอีก 



 

|| งบศาสนาเยอะมาก แต่ไม่มีพระไตรปิฎกฉบับแปลเข้าใจง่ายให้อ่านฟรี  เคยขอมาทำเสียงอ่าน ก็โดนเจ้าของสำนักพิมพ์บอกว่า  หนังสือมีไว้อ่าน ไม่ได้มีไว้ฟัง  

พระไตรปิฎกกลับถูกนำไปหารายได้ พิมพ์ขาย  แทนที่หน่วยงานรัฐจะซื้อลิขสิทธิ์มาเผยแพร่แจกฟรี ให้ทำเสียงอ่านได้ฟรี    ก็ไม่มีใครสนใจ   แต่ข่าวก็เห็นอยู่  เอางบสำนักพุทธไปโกงกันเท่าไหร่ 

ทุกวันนี้จนวัยรุ่นห่างไกลศาสนา  เพราะมีแต่ข่าวพระทำตัวไม่ดี  จนคนขยาดในการทำบุญ   สร้างแต่อะไรใหญ่โต  แต่คัมภีร์สูงสุดที่อ่านเข้าใจง่าย  ประชาชนทั่วไปไม่สามารถเข้าถึงได้ซะอย่างนั้น 




*ประวัติที่ลง  เพื่อให้คนได้เห็นว่า เราทำดีได้ตั้งแต่ยังไม่พร้อม  ถ้ารอให้พร้อม อาจตายก่อน หรือไม่ได้ทำซะที  และทำดีแล้ว อย่าหวังว่าคนจะเข้าใจ  มันพร้อมจะมีคนมองแง่ลบ ใส่ร้าย  หรือทำร้ายเราได้เสมอ  แม้เราจะคิดว่าทำดีที่สุด หรือทำดีให้เขาก็ตาม 
  




*คนทำดีไม่ได้กินปีติและคำชมเป็นอาหาร  โดยเฉพาะฆราวาส ที่บิณฑบาตรไม่ได้  ดังนั้นทุกท่านเลือกได้ว่า จะสนับสนุนการทำดีให้ยืนนานต่อไปหรือไม่   ซึ่งสามารถเลือกร่วมบุญได้ตามศรัทธา   ตามสะดวกกายและใจ





ขออนุโมทนาทุกท่าน ที่ส่งกำลังใจ  ส่งจิตเมตตา และสนับสนุนในหลายช่องทาง ตลอดหลายปีที่ผ่านมา   ผมคงเดินมาถึงจุดนี้ไม่ได้  ถ้าต้องเดินโดยลำพัง      กราบขอบพระคุณสุดหัวใจ  เพราะสิ่งที่ฝากไว้ จะส่งผลต่อคนรุ่นหลังอีกหลายร้อยหลายพันปี  ตราบใดที่อินเตอร์เน็ตยังใช้งานได้อยู่  
  




และจะมีผู้คนอีกมาก ที่กำลังทุกข์ใจ  คลายทุกข์ได้เพราะเสียงอ่านหนังสือที่เข้าถึงห้องนอนของทุกคนได้โดยง่าย  สะดวกสบายกว่าสมัยพุทธกาล ที่ต้องเดินทางไกลกว่าจะได้ฟังธรรม  




(เพลงกรรม)


|| สินค้าเจซี เป็นการวิจัยจากความรู้ที่เรียนมา ไม่ใช่ครีมกิโลร้อยยี่ห้อโรงงานเดียว และเน้นความเป็นธรรมชาติจริง   ในท่ามกลางสินค้าที่กล้าอ้างธรรมชาติ 100 %  (แต่ส่วนผสมหลักเป็นเคมี แถมระคายเคืองสูงด้วย)

ผมวิจัยศึกษามานาน เพราะอยู่วงการบันเทิง  เสียเงินแพงแต่ได้คุณภาพสินค้าที่ต่ำตม  และไม่ได้ผลจึงทำเพื่อใช้เองและมันได้ผลดีมาก จึงอยากแบ่งปัน    

ไม่ใช่ดังแล้วมาขายครีมหรือทำความดีเพื่อหวังผลประโยชน์  อย่างที่ด่ากัน     (ผมยังไม่คิดว่าผมดังเลยนะ  คิดว่าแค่พอมีคนรู้จักผลงาน)   คิดจะด่าไม่ว่าหรอก แต่อยากให้อ่านรายละเอียดสินค้า และสารที่ผมไม่ใช้ก่อน ค่อยด่าทีหลังก็ยังไม่สายนะครับ..   พ่อคุณ แม่คุณ คนดีที่เคารพรัก  จุ๊บ  



(กดที่ภาพ เพื่ออ่านบทความ)

พระ เณร แม่ชี  ต้องทนใช้ครีมอาบน้ำ ยาสระผม ที่อุดมด้วยเคมีรุนแรง แถมใส่น้ำหอม  จึงเกิดผิวอักเสบ ผมคิดสูตรเพื่อถวายให้ท่านได้ใช้ของที่อ่อนโยน ปลอดภัย ไม่มีน้ำหอมให้ผิดศีล   มันผิดตรงไหน ??

 ฝากให้คิดนะครับ  ว่าการจะเป็นคนดี  จะทำมาค้าขาย หาเงินสุจริตไม่ได้เลยหรือ    ผมขายของแบบนี้ (ซึ่งราคาถูกมากถ้าเทียบกับคุณภาพ   ได้ของถูกแถมได้สนับสนุนชมรมด้วย)

ผมว่าก็ยังดีกว่านักบวชที่เนรคุณพระพุทธเจ้า  บิดเบือนคำสอน หลอกให้คนงมงายในเดรัจฉานวิชา และเรื่องไร้สาระทั้งหลายนะครับ 





ที่ผ่านมา มีคนติดต่อจ้างให้ผมอัดเสียงให้เยอะมาก  แต่ปฏิเสธไป  จะอัดเฉพาะเรื่องที่อ่านเองแล้วชอบ แล้วเห็นว่าดี  มีความสุขกับการทำงานฟรีมากกว่า

แต่ถ้าอนาคต ถ้าชมรมมีรายได้ไม่พอรายจ่าย  ก็อาจเปิดรับจ้างอัดบ้าง (หนังสือ ประวัติบุคคล องค์กร)    แต่คงต้องพิจารณาก่อนอัดให้นะครับ     เคยพลาดเพราะเกรงใจผู้ใหญ่  อัดเสียงให้ไป รู้สึกไม่ดี  เพราะเป็นไปทางขลังมากกว่าที่จะเป็นทางปัญญาดับทุกข์  


  • หลายเรื่องที่อัดไปกลางเรื่องแล้วไม่โอเค มันแปลก   ก็จะหยุดอัด   หรือไม่มีในช่องหลักนะครับ   แต่คนก็เอาไฟล์ผมไปเผยแพร่ในช่องอื่นเยอะมาก   จน Google หาว่าผมเป็นช่องปลอม     
  • วันก่อน ลองเปิดสร้างรายได้จาก YouTube โดนขึ้นว่า เนื้อหาซ้ำกับช่องอื่นเยอะเกินไป ประมาณว่าไปเอาเนื้อหาคนอื่นมาลง   ไม่รู้จะไปร้องเรียนยังไงว่า .. นี่อะ.. ช่องของแท้  คนทำต้นฉบับเลยจร้าาาา ..
  • การจะทำดี เป็นคนดี มันไม่ง่ายนะ  มันก็จะมีอุปสรรค มีมารผจญ มาบั่นทอนกำลังใจเรื่อย      ก็ต้องอดทนให้พ้นบ่วงมาร

ขอทุกท่านเจริญในทางกุศล 
ยิ่ง  ขึ้นไป 
----------------------.
อริยคุณ  พุทธะธรรม
กุมภาพันธ์ 2563



ฟังเสียงพ่อคุณ 
แล้วน้องหลับสบ๊าย สบาย   แฮร่  








สนับสนุนชมรมผลดี

Popular posts from this blog

ที่อยู่เรือนจำทั่วประเทศ เพื่อส่งสื่อคุณธรรมบริจาค

สร้างคนด้วยธรรมมีค่าและได้ประโยชน์ ครูบาอาจารย์สอนไว้ว่า  การทำให้คนที่สกปรกได้เนื้อตัวสะอาดนั้นมีค่ายิ่ง กว่าการทำให้คนที่สะอาดอยู่แล้วหอมขึ้น   มาส่งหนังสือดี ๆ  ให้ห้องสมุดเรือนจำทั่วประเทศ เป็นการทำบุญด้านมหาธรรมทาน ที่มีอานิสงส์แรงกล้าอีกด้านหนึ่ง  ที่มีโอกาสก็ควรทำนะครับ

รายชื่อที่อยู่เรือนจำทั่วประเทศ ผมรวบรวมมาใหม่ หลังจากเคยจัดทำสื่อธรรมส่งให้ทั่วประเทศมาแล้ว แต่มีตีคืนหลายแห่ง  อันนี้ได้มาใหม่ ก็ไม่แน่ใจว่าถูกทั้งหมดหรือเปล่า แต่ก็น่าจะโอเค  

เพราะชื่อสถานที่ หากที่อยู่พลาด แล้วไปรษณีย์ไม่งี่เง่า  เขาก็จะฉลาดพอที่จะส่งให้เองได้   คือคนดี  ๆ  ที่ทำงานโดยตรง เขาก็จะรู้นะว่า  สถานที่นี้มันอยู่ตรงไหน จะเขียนที่อยู่ผิด เขาก็ไปส่งให้ได้


เคยคุยกับคนที่ติดคุกมานาน เขาบอกหนังสือจำเป็นมาก และยังต้องการอีกมาก หากใครอ่านแล้วก็ส่งไปบริจาคกันนะครับ  ในคุกถ้าจัดการดี ๆ  เป็นสถานที่ปฏิบัติธรรมได้เลย เพราะมันไม่ต้องห่วงอนาคต ไม่ต้องคำนึงอดีต  และมีเวลาศึกษาเยอะมากครับ    (เสียดายเวลาแทน) 


อย่าลืมว่า ธรรมะระดับสูงจะไม่เหมาะกับคนที่มาใหม่ โดยเฉพาะคนห่างไกลศาสนา หรือไม่เคยสนใจ  


ดังนั้นเรื่องที…

วิธีทำบุญบรรเทากรรม บทนำ

“ทำบุญบรรเทากรรม” 
ทำไมทำดีมากมาย แต่ชีวิตยังมีแต่ปัญหา?? เรียนรู้เพื่อชีวิตที่เจริญขึ้นทั้งทางโลกและทางธรรม.. "ในชาตินี้"
 :แก้กรรมได้จริงหรือ??  :หลักสำคัญเพื่อบรรเทากรรม  :เสริมดวงเบากรรมให้ตนเอง  :กรรมกับความรัก  :กรรมด้านวาจา  :กรรมสับสนทางเพศ  :กรรม:ยาเสพติด-วิธีเลิก  :โปรแกรมจิตเลิกบุหรี่  :สรุปวิธีทำบุญบรรเทากรรม
 “แก้กรรม” เป็นคำเพื่อให้เข้าใจง่าย แต่ความจริงเป็นอย่างไร อ่านก่อนค่อยเชื่อหรือปฏิเสธ อาจไม่ใช่อย่างที่คุณคิด!! เรียบเรียงโดย : อริยคุณ พุทธะธรรม

ศึกษาธรรมะ คือ.. ศึกษาความจริงความจริง..ทำให้เห็นทางที่เกิดประโยชน์สูงสุด     "ทุกข์".. เกิดเพราะไม่เข้าใจความจริงทำบุญเหมือนปลูกต้นไม้ ย่อมได้ผลตามสิ่งที่ปลูก

ผลบุญแต่ละด้าน มีอานิสงส์ต่างกัน ให้ผลต่างเวลากัน

พุทธคาถา เพื่อพ้นทุกข์

ขอยก.. "พุทธคาถา" สั้น ๆ มาแบ่งปัน ว่าด้วยหลักการปฏิบัติธรรม ที่ควรนำมาท่องจำใส่ใจ แล้วนำไปปฏิบัติ 
คาถานี้ควรท่องบ่อย ๆ มีบุญอานิสงส์มากกว่า ท่องคาถาที่แปลไม่ออก แล้วคิดว่าขลัง จะโชคดี ซึ่งเป็นมิจฉาทิฎฐิที่ชาวพุทธจำนวนมากยังสอนและทำกัน

พุทธคาถา จากพระไตรปิฎก เล่ม 18


..... บุคคลเห็นรูปที่น่าชอบใจหรือเห็นรูปที่ไม่น่าชอบใจแล้ว พึงบรรเทาทางของราคะในรูปที่น่าชอบใจ (รู้เท่าทันราคะ ความชอบ ความรัก ความอยากได้ที่เกิดในใจ) และไม่พึงเสียใจว่า ‘รูปของเราไม่น่ารัก’  

[* รูป = สิ่งที่รู้ได้ด้วย ตา หู จมูก ลิ้น กาย  เช่น.. ร่างกาย คน สัตว์ สิ่งของ  :||:   นาม = สิ่งที่รู้ได้ด้วยใจ  เช่น.. เวทนา (สุข-ทุกข์) ,สัญญา (ความจำได้หมายรู้) ฯ] 

ได้ยินเสียงที่น่ารักและไม่น่ารักแล้ว ไม่พึงกระหายในเสียงที่น่ารัก และพึงบรรเทาความไม่ชอบใจในเสียงที่ไม่น่ารัก และไม่พึงเสียใจว่า ‘เสียงของเราไม่น่ารัก’


ได้ดมกลิ่นหอมที่น่าชอบใจ และได้ดมกลิ่นเหม็นที่ไม่น่าชอบใจแล้ว พึงบรรเทาความหงุดหงิดในกลิ่นที่ไม่น่าชอบใจ และไม่พึงพอใจในกลิ่นที่น่าชอบใจ


ได้ลิ้มรสที่ไม่อร่อยและอร่อย และลิ้มรสที่ไม่อร่อยในบางคราวแล้ว ไม่พึงติดใจลิ…

กรรม-อดีตชาติ บรรเทาได้?

อดีตชาติ เจ้ากรรมนายเวรมีจริงหรือไม่ บาปที่เคยทำแก้(บรรเทา)ได้จริงหรือ??  ..รู้แล้วมีประโยชน์อย่างไร.. "โปรดอ่านแล้วพิจารณาก่อนเชื่อ หรือปฏิเสธ"
ภพชาติมีจริง สิ่งมีจริงแต่เชื่อว่าไม่มี ถือเป็นมิจฉาทิฐิ จะบรรลุธรรมไม่ได้ (ผู้ไม่เชื่อว่าโอปปาติกะสัตว์ คือ เทวดา เปรต ฯ มีจริงถือเป็นมิจฉาทิฏฐิ - พระไตรปิฎก)  มีการพิสูจน์เชิงวิทยาศาสตร์ทางจิตมากมายจากทั่วโลก 
จนยอมรับว่า.. "การกลับชาติมาเกิดมีจริง" การพิสูจน์ที่เด่นสุดคือการเดินทางทั่วโลกของศ.เอียน สตีเวนสัน ซึ่งมีการทดสอบเป็นขั้นตอน จดบันทึกอย่างเป็นวิทยาศาสตร์ ล่าสุดทำเป็นสารคดีทางทีวีเผยแพร่ทั่วโลก

การเชื่อเรื่องแนวนี้ ต้องเชื่อแบบถูกต้องถึงเป็นประโยชน์ แต่หลายคนเชื่อแบบงมงายขาดเหตุผลจนตกเป็นเหยื่อให้กลุ่มคนหลอกลวง ซึ่งอาจมาในคราบผู้ทรงศีล หมอดู-ร่างทรง




"แก้กรรม" เป็นคำให้คนทั่วไปเข้าใจง่ายขึ้นเท่านั้น เพราะกรรมแก้ไม่ได้ (แต่บรรเทา-เลื่อนส่งผลได้)

ทำอะไรไว้จะส่งผลกลับเสมอ มาเมื่อไหร่ขึ้นอยู่กับน้ำหนักกรรม จังหวะ-โอกาส เราเกิดมานับชาติไม่ถ้วน ความดีชั่วที่ทำไว้มากมาย รอสลับให้ผลเกินคาดเดาได้ คนไม่ยอมเชื่อเรื่องกร…

ดารา งานบันเทิง กับผลกรรม

ข้อความจากพระไตรปิฎก เล่ม 18 : เรื่องกรรมของดารานักแสดง ซึ่งในปัจจุบัน สามารถรวมถึงงานบันเทิงทุกด้านแม้แต่เว็บไซต์  กดฟังได้จากยูทูปก่อนนะครับ ก่อนอ่านด้านล่าง


ทำอะไรมีผลกับใจผู้อื่นไว้แค่ไหนจะเป็นพลังงานส่งกลับมาหาเราเสมอให้ความสุขจอมปลอมก็จะได้ความสุขจอมปลอมกลับมา
การหัวเราะ การชื่นชอบการร่าเริงในกิเลสในเรื่องไม่จริงเป็นโมหะ (ความหลง) ความชอบคือราคะความขัดใจแม้ความสงสารคือโทสะกิเลสสามกองที่ดารานักร้องสื่อแม้แต่เว็บไซต์ที่มอมเมา

กล่อมจิตคนจำนวนมากให้เกิดกิเลสอันเป็นเหตุให้ทุกข์และสืบต่อเป็นการลงอบายภูมิจึงควรพิจารณาไม่มีอาชีพอะไรไม่มีบาปเลยยกเว้น.. การบวชที่ปฏิบัติได้เคร่งครัดถูกต้องตามวินัย

แม้จะทำอาชีพเสี่ยงบาป(หนัก)  แต่เราสามารถเสริมบุญให้ตัวเองได้ด้วยการทำบุญในด้านที่ส่งเสริมและคานอำนาจผลกรรมนั้นๆได้เช่น. การส่งเสริมการเผยแผ่ธรรมะ(ที่ถูกต้อง) เป็นประจำรักษาศีล

เจริญสติให้เห็นสัจธรรมให้ได้และที่สำคัญคือเจตนาหากทำอาชีพเสี่ยงบาปโดยที่ใจไม่ยินดีสักแต่ว่าทำเพราะความจำเป็น

มีสติคอยระลึกว่าวันหนึ่งถ้ามีโอกาสจะต้องไปให้พ้นจากอาชีพนี้ให้ได้วันหนึ่งจะเจอหนทางได้เอง

เป็นการยากที่ดารา

บุญ ปีชง ร่างทรง ดวง กรรม

"ทำบุญ" คือทำในสิ่งที่ส่งให้จิตเป็นกุศล และเกิดประโยชน์  "บุญ" คนส่วนใหญ่นึกถึงแค่การบริจาคเงิน จึงทุ่มทุนซื้อบุญกันอย่างหน้ามืด ซึ่งแค่การวางจิต(หรือเจตนา)ต่างกันแม้บริจาคเท่ากันก็ได้ผลต่างกันมากการให้ทานเป็นบุญระดับต้นเท่านั้น
ทำบุญแต่ละด้านมีผลต่างกัน ถ้าเน้นทำบุญบรรเทากรรม ต้องเข้าใจและทำให้ตรงด้านเหมือนต้องรู้ว่าสารแต่ละอย่างมีอะไรเป็นตัวเสริมหรือต้านฤทธิ์ของมันสารพัดวิธีงมงายในหนังสือ ทีวี และแม้แต่ในวัดที่หลอกคนให้เสียเงิน แก้กรรม แก้ปีชง ฯลฯ

ศาสนาพุทธแท้ ปฏิเสธเรื่องปีชง เรื่องดวงดาวนะครับ มีคำพระบอกไว้ว่า  "คนเขลามักคำนวนดวงดาวอยู่" และปีอะไรก็ไม่มีผลกับเรา มีแต่ปีไหนกรรมชั่วมันมากกว่ากรรมดีแล้วถึงเวลาให้ผลเท่านั้นเอง
: สำหรับบางคนอาจไม่หลอกแต่เพราะเชื่อแบบนั้นจริง ๆคนทำสมาธิถึงจุดแล้วเห็นผีเห็นกรรมได้จริง แต่ที่เห็นอาจไม่ใช่ของจริงทั้งหมดตราบใดไม่เจริญสติถูกทาง จิตไม่สะอาดจริง ยังเห็นจิตเป็นเรา ยังแยกจิตผู้รู้ออกมาไม่ได้ ฯลฯ   (การดูดวงดาวเป็นสถิติเท่านั้น)

พลังสมาธิบวกจิตที่ยังมีกิเลส (โมหะ)  จะสร้างภาพหลอกแนบเนียนจนเชื่อสนิทเคยมีข้อมูลเดิมฝังใจแต่…

กรรม-เหล้า ยาเสพติด

การปฏิบัติธรรม-การฝึกตนในหลายด้าน  มักไม่ได้ผลกับคนทั่วไปในวงกว้างเพราะเน้นหักดิบหรือบังคับตนเกินพอดีซึ่งนั่นเหมาะกับคนมีปัญญากล้าหรือมีความพร้อมถึงระดับแล้ว
แต่สำหรับคนที่ฐานจิตยังไม่มั่นคงจะเป็นเรื่องยากเกินเอื้อมถึงจนถอดใจและแม้ทำได้อาจเพียงกดข่มชั่วคราวเหมือนหินทับหญ้ายกหินออกก็งอกใหม่ได้
คนส่วนใหญ่รู้ดีว่ากินเหล้าผิดศีลห้าแต่มักตัดใจได้ยากและมีข้ออ้างสารพัดเพื่อจะไม่เลิก

การจะหลุดจากสิ่งไม่ดีที่ย้อมจิตให้ลุ่มหลงติดใจวิธีที่น่าจะทำได้จริงกับคนทั่วไปมากกว่าคือ.. พยายามสะสมข้อมูลเรียนรู้ให้เข้าใจทีละขั้นในขณะที่ยังอยู่กับมัน

ไม่ใช่การวิ่งหนีหรือบังคับให้ตัดขาดทันทีการแนะนำให้คนเลิกเหล้าหรือยาเสพติดอย่าเริ่มต้นด้วยการทำให้เขารู้สึกว่าสิ่งที่ทำมันเลวเป็นบาปร้ายแรง
หรือต้องให้ละทิ้งสิ่งที่ลุ่มหลงมานานในทันทีเพราะมันทำให้จิตต่อต้านและไม่เปิดใจรับ

มนุษย์จะละกิเลสแต่ละด้านได้ต้องมีสิ่งดีกว่าเข้ามาแทนให้จิตได้สัมผัสทีละลำดับขั้น

ครูอาจารย์สอนไว้ว่า..  การรักษาศีลเอาที่ทำได้แน่แค่ข้อเดียวก่อนก็ได้สำหรับคนพึ่งเริ่มต้นไม่ต้องพยายามเป็นคนดีให้ได้ทันทีไม่ต้องบังคับฝืนตนจนเกินพอดี
พอศีลบริสุทธิ์ซักข้อจิ…

เจ้ากรรมนายเวร มีจริง??

รู้จัก..เจ้ากรรมนายเวร!!
สำหรับผู้สนใจพ้นทุกข์ อันดับแรกที่ควรใส่ใจคือ ต้องเปิดใจ เผื่อใจไว้รับข้อมูลใหม่ ๆ หลายแนวทาง ด้วยใจเป็นกลาง โดยไม่เอาทิฏฐิ ความเชื่อเดิมของตนมาเป็นกำแพงไว้ก่อน   

คนจำนวนมากใฝ่ดี แต่ลงเหว ก็เพราะการยึดมั่นในความเชื่อเดิมของตน   เจ้ากรรมนายเวร หากจะอธิบายให้เห็นภาพง่าย และเท่าที่มีหลักฐานในพระไตรปิฎก และไม่ขัดแย้งกับหลักของกฎแห่งกรรม อาจแบ่งได้เป็นสองประเภทดังนี้ 

เจ้ากรรมนายเวรที่คอยส่งผลให้ชีวิตของเรา  ประเภทแรกคือ..  หลักกฎแห่งกรรมที่ทำอะไรไว้จะมีผลสะท้อนกลับหาเราเสมอเหมือนเอามีดกรีดแขนก็ต้องเกิดแผลเจ็บปวด
วิทยาศาสตร์พิสูจน์ได้คร่าวๆว่าการพูดคิดทำดีส่งให้เกิดคลื่นพลังงานอย่างหนึ่งการพูดคิดทำชั่วส่งให้เกิดคลื่นพลังงานที่ตรงข้ามกันคลื่นพลังต่างกันจะต่อต้านกันพลังงานเหมือนกันจะดูดเข้าหากัน
คนมีน้ำใจเจอคนเห็นแก่ตัวจะรู้สึกขยะแขยงอย่างหาสาเหตุไม่ได้คนชั่วเจอคนดีจะรู้สึกไม่เร้าใจไม่น่าคบเป็นแฟนเด็กหลังห้องจะหมั่นไส้เด็กหน้าห้องพนักงานเลวจะหมั่นไส้คอยกลั่นแกล้งพนักงานดีที่ขยันเกินหน้า
พลังงานจากจิตผลักและดึงคนที่สันดานเหมาะกับเรามาวนเวียนในชีวิตแฟนหรือเพื่อนแค่คนเดียวอา…

พุทธวจน เรื่องพิธีกรรม

อสิพันธกปุตตสูตร-พระไตรปิฎก18 : แก่นสารสำคัญของศาสนาพุทธที่อยากให้ใส่ใจศึกษา และน้อมเข้าในใจ 
: พระผู้มีพระภาคตรัสว่า.. บุรุษในโลกนี้เป็นผู้ฆ่าสัตว์ลักทรัพย์ประพฤติผิดในกาม พูดเท็จ พูดส่อเสียด พูดคาหยาบ พูดเพ้อเจ้อ เพ่งเล็งอยากได้ของเขา มีจิตพยาบาท เป็นมิจฉาทิฏฐิ
หมู่มหาชนพึงมาประชุมแล้วสวดอ้อนวอน สวดสรรเสริญ ประนมมือเดินเวียนรอบบุรุษนั้นว่า ‘ขอบุรุษนี้หลังจากตายแล้วจงไปเกิดในสุคติโลกสวรรค์เถิด’ . 

ท่านเข้าใจความข้อนั้นว่าอย่างไร บุรุษนั้นหลังจากตายแล้วพึงไปเกิดในสุคติโลกสวรรค์เพราะการสวดอ้อนวอน เพราะการสวดสรรเสริญหรือเพราะการประนมมือเดินเวียนรอบแห่งหมู่มหาชนเป็นเหตุได้หรือ ? . 
เปรียบเหมือนบุรุษโยนก้อนหินใหญ่ลงในห้วงน้ำลึก หมู่มหาชนพึงมาประชุมแล้วสวดอ้อนวอน สวดสรรเสริญ ประนมมือเดินเวียนรอบก้อนหินใหญ่นั้นว่า ‘โผล่ขึ้นเถิด ลอยขึ้นเถิด พ่อก้อนหินใหญ่ ’ . 

ก้อนหินใหญ่นั้นพึงโผล่ขึ้น ลอยขึ้น หรือขึ้นบกเพราะการสวดอ้อนวอน เพราะการสวดสรรเสริญหรือเพราะการประนมมือเดินเวียนรอบแห่งหมู่มหาชนเป็นเหตุได้หรือ” 
อุปมานั้นฉันใดอุปไมยนี้ก็ฉันนั้นเหมือนกัน บุรุษคือคนใดเป็นผู้ฆ่าสัตว์ลักทรัพย์ ฯลฯ (อกุศลกรรมบ…

พลังกรรม เปลี่ยนชะตาชีวิต

กรรมคือ.. การกระทำ

ทำดี พูดดี คิดดี  เรียกว่า กรรมดีทางกาย วาจา ใจ   :  ทำชั่ว พูดชั่ว คิดชั่ว  เรียกว่า.. กรรมชั่ว ที่ทำทางกาย วาจา ใจ   แต่คนส่วนใหญ่มักเข้าใจผิด พอพูดถึงกรรม ก็จะนึกถึงการทำบาป ทำชั่ว   จึงควรทำความเข้าใจความหมายของคำว่า.. "กรรม"
หลักกรรม-พลังงานจากกรรมจะพยายามรักษาให้อยู่เส้นทางเดิมเสมอพลังกรรมแบบไหนเยอะกว่าไม่ว่าดีหรือชั่วเส้นทางกรรมนั้นจะเป็นใหญ่ในชีวิตเราได้ง่าย
มีพลังงานชั่วในตัวเยอะจะทำชั่วได้ง่ายทำบาปขึ้นเป็นที่ชื่นชอบของคนชั่วทำความดียากมีอุปสรรคขัดขวางทุกครั้งที่ตั้งใจทำดีคิดจะรักษาศีลไม่ฆ่าสัตว์จะมียุงมากัดเยอะพิเศษ
คิดไม่ด่าใครจะมีคนทำให้โกรธคิดไม่นอกใจแฟนจะมีคนน่ารักมายั่วให้ตบะแตกจะไปทำบุญก็มีเหตุทะเลาะกับคนไปด้วย


ตรงข้ามกับคนที่สะสมพลังงานดีไว้เยอะคิดจะทำชั่วก็มีเหตุให้ทำไม่ได้ดมกาวก็เหม็นทนดมไม่ไหวจะตกปลาไม่มีวี่แววจะตกได้จะนอกใจแฟนดันท้องเสีย-รถเสียสมัครงานอาชีพบาปเขาเห็นหน้าหมั่นไส้ไม่รับทำงาน
ทุกชีวิตจะฉีกเส้นทางเดิมของตนได้ต้องใช้กำลังมหาศาลโดยเฉพาะจากชั่วเป็นดีแต่จากดีเป็นชั่วอาจไม่ต้องพยายามเท่าไหร่เพราะจิตมนุษย์คอยไหลลงต่ำอยู่แล้วบางครั้งกร…