Skip to main content

การรักษาศีล 5 ศีล 10 เพื่อการพ้นทุกข์

การสมาทานศีล สำหรับฆราวาส ศีล5 เบื้องต้น ทำไม่ได้พ้นทุกข์ไม่ได้ ไม่ใช่ข้อบังคับ ที่ทำผิดแล้วจะถูกลงโทษ  แต่เป็นข้อแนะนำว่า ทำสิ่งนี้ จะได้สิ่งนี้  เมื่อผิดศีลแต่ละข้อจะมีวิบากเป็นผลกรรมส่งกลับคืนมาหาในวันใดวันหนึ่ง ตามสิ่งที่ทำ  การฆ่า ส่งให้อายุสั้น ถูกฆ่า ป่วยง่าย  เป็นต้น


การดื่มของมึนเมา เหล้า  เป็นอันตรายที่สุดกว่าการละเมิดศีลทุกข้อ  เพราะทำลายสติ (ซึ่งสำคัญมากสำหรับการปฏิบัติธรรม มีผลต่อการไปเกิดสุคติหรืออบายภูมิ)  ทำลายคุณธรรมในตน ทำลายจิตมนุษย์ให้ไหลลงต่ำ อันจะทำให้บรรลุธรรมไม่ได้   เป็นสิ่งที่หลายคนมองข้ามและคิดว่าไม่ผิดบาปอะไร


  • การฆ่าคนถ้ากลับตัวกลับใจได้ ทำความดีไถ่โทษ สำนึกบาป แล้วหันมาปฏิบัติธรรมจริงจัง  ยังพ้นนรกได้ในชาติเดียวกันนั้น อย่างเช่น พระองคุลีมาล



แต่กินเหล้าจะทำให้จิตเป็นอกุศล  กิเลสต่าง ๆ จะครอบงำได้ทันที และฝังลึก ยากจะถอน และต้องไปทุคติเพียงอย่างเดียว  หากมีบุญด้านอื่น ได้เกิดเป็นมนุษย์ ก็จะเกิดมาสมองพิการ ปัญญาอ่อน  หรือโง่ เข้าใจอะไรยาก  ลองคิดดูว่า .. มันอันตรายและมีภัยเวรหนักหนาแค่ไหน กับการดื่มเหล้า 



  • พระพุทธศาสนามีหลักสำคัญคือ สติ จิตผ่องใส  การกินเหล้าเป็นประจำ ส่งผลให้ขาดสติ จิตมีโมหะ ย้อมจิตให้ผิดเพี้ยน ทำลายสมอง  จะมีจิตสำนึกตกต่ำลงกว่าปกติของการเป็นมนุษย์  เป็นการกระทำจิตตนให้ลงไปอยู่ใกล้กับภพของสัตว์เดรัจฉาน ที่รู้จักแค่การกิน นอน สืบพันธ์ หาความสุข เข้าใจธรรมะตามความเป็นจริงได้ยาก  ฯ 
  • ในพระไตรปิฎกจึงบอกไว้ว่า..  การผิดศีลห้า ข้อที่มีโทษกับตัวเองมากที่สุด คือการดื่มเหล้า เสพของมึนเมา อันเป็นเหตุให้ขาดสติ     (ทั้งนี้คนที่ นาน ๆ กินที กินนิดหน่อย ก็มีผลเสียน้อยกว่าคนที่กินประจำ กินมาก)



ถ้าสมาทานเอง ขาดข้อใด ถือว่าขาดแค่ข้อนั้น ให้ระลึกรู้ว่าข้อใดขาดแล้วเริ่มสมาทานใหม่ได้เลย อานิสงส์ข้ออื่นยังอยู่ครบถ้วน หากยังทำได้ไม่ครบ ให้สมาทานข้อที่ทำได้แน่ ๆ แล้วมั่นคงอย่าให้ขาด จิตพัฒนาข้ออื่นจะตามมาเอง

..

สำหรับนักบวช 10 ข้อเบื้องต้น ถ้าทำไม่ได้ก็ไม่ต้องพูดถึงข้ออื่น ขาดข้อใดข้อหนึ่ง ถือว่าขาดทั้งหมด และนักบวชไม่มีศีล ย่อมเจริญธรรมไม่ได้ บรรลุธรรมไม่ได้ และถือเป็นบาปร้ายแรงดังพุทธพจน์ที่ตรัสว่า เป็นหนี้บริโภค การกินข้าวชาวบ้านโดยที่ตัวไม่มีศีล ไม่มีสติ ยังไม่เท่ากินก้อนไฟร้อนแรงลงในปาก ฯลฯ


  • (จะไปทำบุญก็ดูพระเณรวัดนั้นบ้าง  อย่าสักแต่ว่าทำ  ดูด้วยว่า รักษาศีลได้ไหม  เอาแค่สิบข้อแรกนี่ถ้าทำไม่ได้ ไม่ต้องไปส่องข้ออื่นเลย   วัดนั้นสร้างอะไรนอกศาสนามาให้คนกราบไหว้หรือเปล่า ถ้าไม่รักษาศีล หรือมีเทพนอกศาสนา ไหว้บูชาผี  นั่นเดียรถีย์เต็มตัว ไม่ใช่ภิกษุในพระพุทธศาสนา  

  • ทำบุญด้วยเท่ากับส่งเสริมโจรในคราบผ้าเหลือง เป็นส่วนหนึ่งในการทำลายศาสนา     เลิกซะทีเถอะว่า ทำบุญแล้วได้บุญแล้ว  พระจะไปทำอะไรก็ช่าง   พระพุทธเจ้าไม่เคยสอนแบบนี้  ||   

ยกตัวอย่าง. พระพุทธเจ้าตรัสว่า  .. ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย บุคคลบางคนในโลก  ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย บุคคลบางคนในโลกนี้ ย่อมบำรุงกษัตริย์บ้าง พราหมณ์บ้าง คฤหบดีบ้าง บำรุงคนชั้นสูงชั้นต่ำ บำรุงสมณะหรือพราหมณ์ผู้เห็นผิด ผู้ปฏิบัติผิด  ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย  การบำรุงนี้นั้นมีอยู่ เราไม่กล่าวว่า ไม่มี  ก็แต่ว่าการบำรุงนี้นั้นเป็นการบำรุงที่เลว ฯ  (อนุตริยสูตร พระสุตตันตปิฏกเล่ม 14)

..

ถ้าสำนักพุทธจะเคร่งครัดแล้วทำให้นักบวชทุกวัดทั่วประเทศ มีศีลสิบข้อแรกบริสุทธิ์ เท่านี้ก็เชื่อว่า จะกำจัดมารศาสนา พวกปลอมบวชออกไปได้จำนวนมาก ผู้ตั้งใจบวชจริง ศีลจะคือความสุข ผู้ปลอมบวช ศีลจะคือสิ่งที่ไม่ต่างกับกรงขัง อึดอัด แน่นทึบ และไม่สามารถรักษาศีลได้ ความเสียหายจนถึงปาราชิก ท่านว่าก็เพราะรักษาศีล 10 ข้อต้นนี้ไม่ได้นั่นแหละ จึงเป็นเหตุชักจูงไปถึงปราชิกในอนาคต

..

หมายเหตุ : การไม่รับทองเงิน ความหมายคือ ไม่รับไว้เป็นของส่วนตัว ด้วยจิตที่คิดหวังเป็นของส่วนตัว โลกอยากได้ หวงแหนเหมือนสมับติส่วนตัว แต่ถ้ารับแล้วตั้งใจเก็บไว้เพื่อส่วนรวม หรือเพื่อของสงฆ์ ข้อนี้อนุโลมได้ว่าไม่ขาด แต่ก็มัวหมองอยู่ดี


  • การรับเงินเพื่อเข้ามูลนิธิ หรือเป็นกองกลางสงฆ์ หรืออย่างโครงการผ้าป่าช่วยชาติ ไม่ถือว่าผิด ไม่มัวหมอง เพราะไม่มีเจตนาเพื่อตนเอง (พวกหนอนพระไตรปิฎกที่ตีความไม่เป็น กล่าวร้ายพระอริยะ สติวิปลาสไปแล้ว กรรมติดจรวดมาก)



..

ความจริง สำนักพุทธ ควรจะจัดการเรื่องนี้ให้ถูกต้องตามธรรมวินัย กำหนดกฎหมายข้อปฏิบัติให้วัดทุกวัด ห้ามรับเงินเป็นของส่วนตัว แต่ให้มีกองกลางที่โปร่งใส โดยมีคณะกรรมการวัดดูแล พระจะใช้อะไรก็เบิกไปใช้ เท่าที่จำเป็น หรือเบิกไปเกินไปก่อน กรณีเดินทาง แล้วเหลือค่อยเอามาคืน เห็นอ้างกันจังว่า บลาๆ แต่พระพุทธเจ้าตรัสห้ามพระรับเงิน ไม่ฟังกันเลย ก็สึกออกไปดีกว่ามังครับ บวชเพื่อสละ ไม่ได้บวชเพื่อมาสะสมเงินทองนะจ๊ะ

..

ถ้าทำได้จริง พระเณรก็ไม่เดือดร้อน อาจแบ่งส่วนหนึ่งเหมือน Vat เป็นกองกลางของสงฆ์ทั้งประเทศ วัดกันดาร ก็ได้เบิกไปใช้ยามจำเป็น เราควรอยู่แบบองค์กรสงฆ์ระดับประเทศ ไม่ใช่วัดใครวัดมัน เขตใครเขตมัน ไม่ใช่รวยกระจุก จนกระจาย วัดที่มีก็ล้นเหลือ วัดที่ขาดแคลนก็ขาดซะ


  • ทำแบบนี้ คนทำบุญทีนึงเท่ากับได้ทำบุญกับพระทั่วประเทศ โอ้โห.. โคตรบุญใหญ่ มหาสังฆทานของจริง แล้วบุญใหญ่ก็จะส่งให้มีสิ่งดี ๆ ในชีวิต แต่ละครอบครัวมีสิ่งดี ประเทศโดยรวมมันก็ดีขึ้นด้วยนะ..

..

ทำได้แบบนี้ พระทั่วประเทศจะสบายขึ้น ลดภาระการเกี่ยวข้องกับเงินทอง ที่จะนำไปสู่ปาราชิกได้ ลดพวกมารศาสนา ที่จะอยู่ไม่ได้ เพราะที่อยู่ได้ ก็เพราะมันได้เงินง่ายไง ไม่มีอะไรทำก็มาบวช จนผู้คนเสื่อมศรัทธา


ถ้าสำนักพุทธไม่ทำอะไรให้ดีขึ้นกว่าปัจจุบัน ผมว่า อย่าว่าแต่ห้าพันปีเลย เอาแค่สองพันกว่าปีนี่ คนก็แทบไม่อยากไปทำบุญ ไม่อยากไหว้พระกันแล้ว แม้จะรู้ว่าพระดีมีอีกมาก แต่ปกติของพระดี ท่านก็ไม่ค่อยคลุกคลีกับผู้คน ยกเว้นมาเทศนาโปรดแสดงธรรมเป็นหลักเท่านั้น (จริงไหม??)

..


  • ใครรู้จัก ผ.อ. สำนักพุทธ ฝากข้อความนี้ถึงท่านด้วยนะครับ เผื่อจะช่วยกันรักษาพระศาสนา ให้อยู่เกินหมื่นปี ไม่ใช่ล่อแร่แบบตอนนี้ (อย่าลืมมะว่า ภัยพิบัติก็เกิดจากประชาชนขาดศีลธรรม พระพุทธเจ้าตรัสไว้ 




โลกมันเสื่อมทรามอย่างน่าใจหาย ภายในแค่สิบกว่าปี หลังจากเน็ตแรงขึ้นนี่หละ ความชั่วทำได้ไว เข้าถึงได้ง่าย จิตเป็นอกุศลกันง่ายกว่าเดิมมาก มันถึงได้เดือดร้อนกันไม่เว้นวันอยู่นี่หละครับ)


Comments

Popular posts from this blog

ที่อยู่เรือนจำทั่วประเทศ เพื่อส่งสื่อคุณธรรมบริจาค

สร้างคนด้วยธรรมมีค่าและได้ประโยชน์ ครูบาอาจารย์สอนไว้ว่า  การทำให้คนที่สกปรกได้เนื้อตัวสะอาดนั้นมีค่ายิ่ง กว่าการทำให้คนที่สะอาดอยู่แล้วหอมขึ้น   มาส่งหนังสือดี ๆ  ให้ห้องสมุดเรือนจำทั่วประเทศ เป็นการทำบุญด้านมหาธรรมทาน ที่มีอานิสงส์แรงกล้าอีกด้านหนึ่ง  ที่มีโอกาสก็ควรทำนะครับ

รายชื่อที่อยู่เรือนจำทั่วประเทศ ผมรวบรวมมาใหม่ หลังจากเคยจัดทำสื่อธรรมส่งให้ทั่วประเทศมาแล้ว แต่มีตีคืนหลายแห่ง  อันนี้ได้มาใหม่ ก็ไม่แน่ใจว่าถูกทั้งหมดหรือเปล่า แต่ก็น่าจะโอเค  

เพราะชื่อสถานที่ หากที่อยู่พลาด แล้วไปรษณีย์ไม่งี่เง่า  เขาก็จะฉลาดพอที่จะส่งให้เองได้   คือคนดี  ๆ  ที่ทำงานโดยตรง เขาก็จะรู้นะว่า  สถานที่นี้มันอยู่ตรงไหน จะเขียนที่อยู่ผิด เขาก็ไปส่งให้ได้


เคยคุยกับคนที่ติดคุกมานาน เขาบอกหนังสือจำเป็นมาก และยังต้องการอีกมาก หากใครอ่านแล้วก็ส่งไปบริจาคกันนะครับ  ในคุกถ้าจัดการดี ๆ  เป็นสถานที่ปฏิบัติธรรมได้เลย เพราะมันไม่ต้องห่วงอนาคต ไม่ต้องคำนึงอดีต  และมีเวลาศึกษาเยอะมากครับ    (เสียดายเวลาแทน) 


อย่าลืมว่า ธรรมะระดับสูงจะไม่เหมาะกับคนที่มาใหม่ โดยเฉพาะคนห่างไกลศาสนา หรือไม่เคยสนใจ  


ดังนั้นเรื่องที…

วิธีทำบุญบรรเทากรรม บทนำ

“ทำบุญบรรเทากรรม” 
ทำไมทำดีมากมาย แต่ชีวิตยังมีแต่ปัญหา?? เรียนรู้เพื่อชีวิตที่เจริญขึ้นทั้งทางโลกและทางธรรม.. "ในชาตินี้"
 :แก้กรรมได้จริงหรือ??  :หลักสำคัญเพื่อบรรเทากรรม  :เสริมดวงเบากรรมให้ตนเอง  :กรรมกับความรัก  :กรรมด้านวาจา  :กรรมสับสนทางเพศ  :กรรม:ยาเสพติด-วิธีเลิก  :โปรแกรมจิตเลิกบุหรี่  :สรุปวิธีทำบุญบรรเทากรรม
 “แก้กรรม” เป็นคำเพื่อให้เข้าใจง่าย แต่ความจริงเป็นอย่างไร อ่านก่อนค่อยเชื่อหรือปฏิเสธ อาจไม่ใช่อย่างที่คุณคิด!! เรียบเรียงโดย : อริยคุณ พุทธะธรรม

ศึกษาธรรมะ คือ.. ศึกษาความจริงความจริง..ทำให้เห็นทางที่เกิดประโยชน์สูงสุด     "ทุกข์".. เกิดเพราะไม่เข้าใจความจริงทำบุญเหมือนปลูกต้นไม้ ย่อมได้ผลตามสิ่งที่ปลูก

ผลบุญแต่ละด้าน มีอานิสงส์ต่างกัน ให้ผลต่างเวลากัน

พุทธคาถา เพื่อพ้นทุกข์

ขอยก.. "พุทธคาถา" สั้น ๆ มาแบ่งปัน ว่าด้วยหลักการปฏิบัติธรรม ที่ควรนำมาท่องจำใส่ใจ แล้วนำไปปฏิบัติ 
คาถานี้ควรท่องบ่อย ๆ มีบุญอานิสงส์มากกว่า ท่องคาถาที่แปลไม่ออก แล้วคิดว่าขลัง จะโชคดี ซึ่งเป็นมิจฉาทิฎฐิที่ชาวพุทธจำนวนมากยังสอนและทำกัน

พุทธคาถา จากพระไตรปิฎก เล่ม 18


..... บุคคลเห็นรูปที่น่าชอบใจหรือเห็นรูปที่ไม่น่าชอบใจแล้ว พึงบรรเทาทางของราคะในรูปที่น่าชอบใจ (รู้เท่าทันราคะ ความชอบ ความรัก ความอยากได้ที่เกิดในใจ) และไม่พึงเสียใจว่า ‘รูปของเราไม่น่ารัก’  

[* รูป = สิ่งที่รู้ได้ด้วย ตา หู จมูก ลิ้น กาย  เช่น.. ร่างกาย คน สัตว์ สิ่งของ  :||:   นาม = สิ่งที่รู้ได้ด้วยใจ  เช่น.. เวทนา (สุข-ทุกข์) ,สัญญา (ความจำได้หมายรู้) ฯ] 

ได้ยินเสียงที่น่ารักและไม่น่ารักแล้ว ไม่พึงกระหายในเสียงที่น่ารัก และพึงบรรเทาความไม่ชอบใจในเสียงที่ไม่น่ารัก และไม่พึงเสียใจว่า ‘เสียงของเราไม่น่ารัก’


ได้ดมกลิ่นหอมที่น่าชอบใจ และได้ดมกลิ่นเหม็นที่ไม่น่าชอบใจแล้ว พึงบรรเทาความหงุดหงิดในกลิ่นที่ไม่น่าชอบใจ และไม่พึงพอใจในกลิ่นที่น่าชอบใจ


ได้ลิ้มรสที่ไม่อร่อยและอร่อย และลิ้มรสที่ไม่อร่อยในบางคราวแล้ว ไม่พึงติดใจลิ…

กรรม-อดีตชาติ บรรเทาได้?

อดีตชาติ เจ้ากรรมนายเวรมีจริงหรือไม่ บาปที่เคยทำแก้(บรรเทา)ได้จริงหรือ??  ..รู้แล้วมีประโยชน์อย่างไร.. "โปรดอ่านแล้วพิจารณาก่อนเชื่อ หรือปฏิเสธ"
ภพชาติมีจริง สิ่งมีจริงแต่เชื่อว่าไม่มี ถือเป็นมิจฉาทิฐิ จะบรรลุธรรมไม่ได้ (ผู้ไม่เชื่อว่าโอปปาติกะสัตว์ คือ เทวดา เปรต ฯ มีจริงถือเป็นมิจฉาทิฏฐิ - พระไตรปิฎก)  มีการพิสูจน์เชิงวิทยาศาสตร์ทางจิตมากมายจากทั่วโลก 
จนยอมรับว่า.. "การกลับชาติมาเกิดมีจริง" การพิสูจน์ที่เด่นสุดคือการเดินทางทั่วโลกของศ.เอียน สตีเวนสัน ซึ่งมีการทดสอบเป็นขั้นตอน จดบันทึกอย่างเป็นวิทยาศาสตร์ ล่าสุดทำเป็นสารคดีทางทีวีเผยแพร่ทั่วโลก

การเชื่อเรื่องแนวนี้ ต้องเชื่อแบบถูกต้องถึงเป็นประโยชน์ แต่หลายคนเชื่อแบบงมงายขาดเหตุผลจนตกเป็นเหยื่อให้กลุ่มคนหลอกลวง ซึ่งอาจมาในคราบผู้ทรงศีล หมอดู-ร่างทรง




"แก้กรรม" เป็นคำให้คนทั่วไปเข้าใจง่ายขึ้นเท่านั้น เพราะกรรมแก้ไม่ได้ (แต่บรรเทา-เลื่อนส่งผลได้)

ทำอะไรไว้จะส่งผลกลับเสมอ มาเมื่อไหร่ขึ้นอยู่กับน้ำหนักกรรม จังหวะ-โอกาส เราเกิดมานับชาติไม่ถ้วน ความดีชั่วที่ทำไว้มากมาย รอสลับให้ผลเกินคาดเดาได้ คนไม่ยอมเชื่อเรื่องกร…

ดารา งานบันเทิง กับผลกรรม

ข้อความจากพระไตรปิฎก เล่ม 18 : เรื่องกรรมของดารานักแสดง ซึ่งในปัจจุบัน สามารถรวมถึงงานบันเทิงทุกด้านแม้แต่เว็บไซต์  กดฟังได้จากยูทูปก่อนนะครับ ก่อนอ่านด้านล่าง


ทำอะไรมีผลกับใจผู้อื่นไว้แค่ไหนจะเป็นพลังงานส่งกลับมาหาเราเสมอให้ความสุขจอมปลอมก็จะได้ความสุขจอมปลอมกลับมา
การหัวเราะ การชื่นชอบการร่าเริงในกิเลสในเรื่องไม่จริงเป็นโมหะ (ความหลง) ความชอบคือราคะความขัดใจแม้ความสงสารคือโทสะกิเลสสามกองที่ดารานักร้องสื่อแม้แต่เว็บไซต์ที่มอมเมา

กล่อมจิตคนจำนวนมากให้เกิดกิเลสอันเป็นเหตุให้ทุกข์และสืบต่อเป็นการลงอบายภูมิจึงควรพิจารณาไม่มีอาชีพอะไรไม่มีบาปเลยยกเว้น.. การบวชที่ปฏิบัติได้เคร่งครัดถูกต้องตามวินัย

แม้จะทำอาชีพเสี่ยงบาป(หนัก)  แต่เราสามารถเสริมบุญให้ตัวเองได้ด้วยการทำบุญในด้านที่ส่งเสริมและคานอำนาจผลกรรมนั้นๆได้เช่น. การส่งเสริมการเผยแผ่ธรรมะ(ที่ถูกต้อง) เป็นประจำรักษาศีล

เจริญสติให้เห็นสัจธรรมให้ได้และที่สำคัญคือเจตนาหากทำอาชีพเสี่ยงบาปโดยที่ใจไม่ยินดีสักแต่ว่าทำเพราะความจำเป็น

มีสติคอยระลึกว่าวันหนึ่งถ้ามีโอกาสจะต้องไปให้พ้นจากอาชีพนี้ให้ได้วันหนึ่งจะเจอหนทางได้เอง

เป็นการยากที่ดารา

กรรม-เหล้า ยาเสพติด

การปฏิบัติธรรม-การฝึกตนในหลายด้าน  มักไม่ได้ผลกับคนทั่วไปในวงกว้างเพราะเน้นหักดิบหรือบังคับตนเกินพอดีซึ่งนั่นเหมาะกับคนมีปัญญากล้าหรือมีความพร้อมถึงระดับแล้ว
แต่สำหรับคนที่ฐานจิตยังไม่มั่นคงจะเป็นเรื่องยากเกินเอื้อมถึงจนถอดใจและแม้ทำได้อาจเพียงกดข่มชั่วคราวเหมือนหินทับหญ้ายกหินออกก็งอกใหม่ได้
คนส่วนใหญ่รู้ดีว่ากินเหล้าผิดศีลห้าแต่มักตัดใจได้ยากและมีข้ออ้างสารพัดเพื่อจะไม่เลิก

การจะหลุดจากสิ่งไม่ดีที่ย้อมจิตให้ลุ่มหลงติดใจวิธีที่น่าจะทำได้จริงกับคนทั่วไปมากกว่าคือ.. พยายามสะสมข้อมูลเรียนรู้ให้เข้าใจทีละขั้นในขณะที่ยังอยู่กับมัน

ไม่ใช่การวิ่งหนีหรือบังคับให้ตัดขาดทันทีการแนะนำให้คนเลิกเหล้าหรือยาเสพติดอย่าเริ่มต้นด้วยการทำให้เขารู้สึกว่าสิ่งที่ทำมันเลวเป็นบาปร้ายแรง
หรือต้องให้ละทิ้งสิ่งที่ลุ่มหลงมานานในทันทีเพราะมันทำให้จิตต่อต้านและไม่เปิดใจรับ

มนุษย์จะละกิเลสแต่ละด้านได้ต้องมีสิ่งดีกว่าเข้ามาแทนให้จิตได้สัมผัสทีละลำดับขั้น

ครูอาจารย์สอนไว้ว่า..  การรักษาศีลเอาที่ทำได้แน่แค่ข้อเดียวก่อนก็ได้สำหรับคนพึ่งเริ่มต้นไม่ต้องพยายามเป็นคนดีให้ได้ทันทีไม่ต้องบังคับฝืนตนจนเกินพอดี
พอศีลบริสุทธิ์ซักข้อจิ…

พลังกรรม เปลี่ยนชะตาชีวิต

กรรมคือ.. การกระทำ

ทำดี พูดดี คิดดี  เรียกว่า กรรมดีทางกาย วาจา ใจ   :  ทำชั่ว พูดชั่ว คิดชั่ว  เรียกว่า.. กรรมชั่ว ที่ทำทางกาย วาจา ใจ   แต่คนส่วนใหญ่มักเข้าใจผิด พอพูดถึงกรรม ก็จะนึกถึงการทำบาป ทำชั่ว   จึงควรทำความเข้าใจความหมายของคำว่า.. "กรรม"
หลักกรรม-พลังงานจากกรรมจะพยายามรักษาให้อยู่เส้นทางเดิมเสมอพลังกรรมแบบไหนเยอะกว่าไม่ว่าดีหรือชั่วเส้นทางกรรมนั้นจะเป็นใหญ่ในชีวิตเราได้ง่าย
มีพลังงานชั่วในตัวเยอะจะทำชั่วได้ง่ายทำบาปขึ้นเป็นที่ชื่นชอบของคนชั่วทำความดียากมีอุปสรรคขัดขวางทุกครั้งที่ตั้งใจทำดีคิดจะรักษาศีลไม่ฆ่าสัตว์จะมียุงมากัดเยอะพิเศษ
คิดไม่ด่าใครจะมีคนทำให้โกรธคิดไม่นอกใจแฟนจะมีคนน่ารักมายั่วให้ตบะแตกจะไปทำบุญก็มีเหตุทะเลาะกับคนไปด้วย


ตรงข้ามกับคนที่สะสมพลังงานดีไว้เยอะคิดจะทำชั่วก็มีเหตุให้ทำไม่ได้ดมกาวก็เหม็นทนดมไม่ไหวจะตกปลาไม่มีวี่แววจะตกได้จะนอกใจแฟนดันท้องเสีย-รถเสียสมัครงานอาชีพบาปเขาเห็นหน้าหมั่นไส้ไม่รับทำงาน
ทุกชีวิตจะฉีกเส้นทางเดิมของตนได้ต้องใช้กำลังมหาศาลโดยเฉพาะจากชั่วเป็นดีแต่จากดีเป็นชั่วอาจไม่ต้องพยายามเท่าไหร่เพราะจิตมนุษย์คอยไหลลงต่ำอยู่แล้วบางครั้งกร…

บุญ ปีชง ร่างทรง ดวง กรรม

"ทำบุญ" คือทำในสิ่งที่ส่งให้จิตเป็นกุศล และเกิดประโยชน์  "บุญ" คนส่วนใหญ่นึกถึงแค่การบริจาคเงิน จึงทุ่มทุนซื้อบุญกันอย่างหน้ามืด ซึ่งแค่การวางจิต(หรือเจตนา)ต่างกันแม้บริจาคเท่ากันก็ได้ผลต่างกันมากการให้ทานเป็นบุญระดับต้นเท่านั้น
ทำบุญแต่ละด้านมีผลต่างกัน ถ้าเน้นทำบุญบรรเทากรรม ต้องเข้าใจและทำให้ตรงด้านเหมือนต้องรู้ว่าสารแต่ละอย่างมีอะไรเป็นตัวเสริมหรือต้านฤทธิ์ของมันสารพัดวิธีงมงายในหนังสือ ทีวี และแม้แต่ในวัดที่หลอกคนให้เสียเงิน แก้กรรม แก้ปีชง ฯลฯ

ศาสนาพุทธแท้ ปฏิเสธเรื่องปีชง เรื่องดวงดาวนะครับ มีคำพระบอกไว้ว่า  "คนเขลามักคำนวนดวงดาวอยู่" และปีอะไรก็ไม่มีผลกับเรา มีแต่ปีไหนกรรมชั่วมันมากกว่ากรรมดีแล้วถึงเวลาให้ผลเท่านั้นเอง
: สำหรับบางคนอาจไม่หลอกแต่เพราะเชื่อแบบนั้นจริง ๆคนทำสมาธิถึงจุดแล้วเห็นผีเห็นกรรมได้จริง แต่ที่เห็นอาจไม่ใช่ของจริงทั้งหมดตราบใดไม่เจริญสติถูกทาง จิตไม่สะอาดจริง ยังเห็นจิตเป็นเรา ยังแยกจิตผู้รู้ออกมาไม่ได้ ฯลฯ   (การดูดวงดาวเป็นสถิติเท่านั้น)

พลังสมาธิบวกจิตที่ยังมีกิเลส (โมหะ)  จะสร้างภาพหลอกแนบเนียนจนเชื่อสนิทเคยมีข้อมูลเดิมฝังใจแต่…

พุทธวจน เรื่องพิธีกรรม

อสิพันธกปุตตสูตร-พระไตรปิฎก18 : แก่นสารสำคัญของศาสนาพุทธที่อยากให้ใส่ใจศึกษา และน้อมเข้าในใจ 
: พระผู้มีพระภาคตรัสว่า.. บุรุษในโลกนี้เป็นผู้ฆ่าสัตว์ลักทรัพย์ประพฤติผิดในกาม พูดเท็จ พูดส่อเสียด พูดคาหยาบ พูดเพ้อเจ้อ เพ่งเล็งอยากได้ของเขา มีจิตพยาบาท เป็นมิจฉาทิฏฐิ
หมู่มหาชนพึงมาประชุมแล้วสวดอ้อนวอน สวดสรรเสริญ ประนมมือเดินเวียนรอบบุรุษนั้นว่า ‘ขอบุรุษนี้หลังจากตายแล้วจงไปเกิดในสุคติโลกสวรรค์เถิด’ . 

ท่านเข้าใจความข้อนั้นว่าอย่างไร บุรุษนั้นหลังจากตายแล้วพึงไปเกิดในสุคติโลกสวรรค์เพราะการสวดอ้อนวอน เพราะการสวดสรรเสริญหรือเพราะการประนมมือเดินเวียนรอบแห่งหมู่มหาชนเป็นเหตุได้หรือ ? . 
เปรียบเหมือนบุรุษโยนก้อนหินใหญ่ลงในห้วงน้ำลึก หมู่มหาชนพึงมาประชุมแล้วสวดอ้อนวอน สวดสรรเสริญ ประนมมือเดินเวียนรอบก้อนหินใหญ่นั้นว่า ‘โผล่ขึ้นเถิด ลอยขึ้นเถิด พ่อก้อนหินใหญ่ ’ . 

ก้อนหินใหญ่นั้นพึงโผล่ขึ้น ลอยขึ้น หรือขึ้นบกเพราะการสวดอ้อนวอน เพราะการสวดสรรเสริญหรือเพราะการประนมมือเดินเวียนรอบแห่งหมู่มหาชนเป็นเหตุได้หรือ” 
อุปมานั้นฉันใดอุปไมยนี้ก็ฉันนั้นเหมือนกัน บุรุษคือคนใดเป็นผู้ฆ่าสัตว์ลักทรัพย์ ฯลฯ (อกุศลกรรมบ…

เจ้ากรรมนายเวร มีจริง??

รู้จัก..เจ้ากรรมนายเวร!!
สำหรับผู้สนใจพ้นทุกข์ อันดับแรกที่ควรใส่ใจคือ ต้องเปิดใจ เผื่อใจไว้รับข้อมูลใหม่ ๆ หลายแนวทาง ด้วยใจเป็นกลาง โดยไม่เอาทิฏฐิ ความเชื่อเดิมของตนมาเป็นกำแพงไว้ก่อน   

คนจำนวนมากใฝ่ดี แต่ลงเหว ก็เพราะการยึดมั่นในความเชื่อเดิมของตน   เจ้ากรรมนายเวร หากจะอธิบายให้เห็นภาพง่าย และเท่าที่มีหลักฐานในพระไตรปิฎก และไม่ขัดแย้งกับหลักของกฎแห่งกรรม อาจแบ่งได้เป็นสองประเภทดังนี้ 

เจ้ากรรมนายเวรที่คอยส่งผลให้ชีวิตของเรา  ประเภทแรกคือ..  หลักกฎแห่งกรรมที่ทำอะไรไว้จะมีผลสะท้อนกลับหาเราเสมอเหมือนเอามีดกรีดแขนก็ต้องเกิดแผลเจ็บปวด
วิทยาศาสตร์พิสูจน์ได้คร่าวๆว่าการพูดคิดทำดีส่งให้เกิดคลื่นพลังงานอย่างหนึ่งการพูดคิดทำชั่วส่งให้เกิดคลื่นพลังงานที่ตรงข้ามกันคลื่นพลังต่างกันจะต่อต้านกันพลังงานเหมือนกันจะดูดเข้าหากัน
คนมีน้ำใจเจอคนเห็นแก่ตัวจะรู้สึกขยะแขยงอย่างหาสาเหตุไม่ได้คนชั่วเจอคนดีจะรู้สึกไม่เร้าใจไม่น่าคบเป็นแฟนเด็กหลังห้องจะหมั่นไส้เด็กหน้าห้องพนักงานเลวจะหมั่นไส้คอยกลั่นแกล้งพนักงานดีที่ขยันเกินหน้า
พลังงานจากจิตผลักและดึงคนที่สันดานเหมาะกับเรามาวนเวียนในชีวิตแฟนหรือเพื่อนแค่คนเดียวอา…